ปีกปักษาPEEKPAKSA

👁 กำลังโหลดสถิติ…

แบนชี ‘ยัยผีเฝ้าบ้าน’

ชั้น 5 ห้องที่ 6 บานประตูสีน้ำเงิน

บทที่ 10 ชัน้ 5 ห้ องที่ 6 บานประตูสีนา้ เงิน หลังจากวางสายโทรศัพท์ นานกว่าห้ านาทีที่แม็กซ์ได้ แต่ยืนค้ าง อยู่กับที่เหมือนรู ปปั น้ ตกแต่งตามสวนสาธารณะ ดวงตาใต้ กรอบแว่นมอง ไปข้ างหน้ าอย่างว่างเปล่า ขณะที่ในหัวได้ แต่คิดวนไปวนมาและยังไม่แน่ใจ ว่าตนเองควรทายังไงต่อไปดี ถึงตระกูลวินเชสเตอร์ จะร่ ารวยระดับอภิมหา เศรษฐี แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าตนเองจะถูกพวกนัน้ ควบคุ มได้ จริ งๆ ดังนัน้ เมื่อ ความคิดแบบนีผ้ ุดขึน้ ในหัว หูโทรศัพท์ที่พึ่งวางกลับเข้ าที่ก่อนหน้ านีก้ ็ถูก ยกขึ ้นอีกครัง้ หนึ่ง ตื๊ ดด..ด ตื๊ ดด..ด ตื๊ ดด..ด ไม่ น านสายที่ ต่อ ก็ เปลี่ ยนเป็ น เสี ยง ทักทายขึ ้นมาแทน "สวัสดีครับ" "ทิม นี่ฉันเอง แม็กซ์" "แม็กซ์!... ว่าไงเพื่อน คิดว่าจะลืมฉันเพื่อนอย่างฉันไปแล้ วซะอีก ไง ได้ ข่าวว่าตอนนี ้นายเป็ นเจ้ าของคฤหาสน์แล้ วนี่ ไม่คิดจะชวนฉันไปเที่ยว มัง่ เลยรึไงเพื่อน" นา้ เสียงที่ยินดีของทิมมี่ เพื่อนร่ วมสาขาอาชีพที่สนิทกับเขาที่สดุ เกี่ยวกับมรดกชิน้ โตที่แม็กซ์ได้ รับทาให้ เขารู้สึกเหมือนจะอ้ าปากพูดไม่ ออก เพราะความเป็ นจริงมันไม่ได้ ดีอย่างที่คิด และตอนนี ้เขาเองก็อยากจะขาย มันทิ ้งแทบบ้ า "เอ่อ ทิมฉันมีเรื่องอยากให้ นายช่วย" "เรื่องอะไร ไหนนายลองว่ามาซิ" "ทิม นายกว้ างขวางกว่าฉัน ผลงานก็เป็ นที่ยอมรับมากกว่า ไม่ร้ ู ว่านายพอช่วยแนะนาฉันให้ กับสถาบันวิจยั อื่นได้ มยั ้ " "...!" พอพูดจบ เสียงจากปลายสายถึงเงียบไปหลายวินาทีอ ย่ าง กั บ ว่ าอี กฝ่ ายวางโทรศัพท์ ทิง้ ไว้ เฉยๆ จนแม็ กซ์ ต้อ งถามแทรกขึน้ มาอีก ครัง้ "ทิม ฉันขอนายมากไปรึเปล่า?" "เฮ้ ออ...อ!" ในที่สุดก็มีเสียงผ่อนลมหายใจลอดออกมาจากอี ก ฝ่ าย ต่ อ ด้ วยคาตอบที่ เขารอฟั ง อย่ างใจจดใจจ่ อ "แม็ กซ์ ฉั น ไม่ ร้ ู นะ ว่ า ตอนนีม้ ีอะไรเกิดขึน้ กับนายกันแน่ แต่อย่างที่นายบอก ครอบครัวของฉัน ค่อนข้ างกว้ างขวางในวงการวิจัย เพราะงัน้ ฉันถึงรู้ ว่าชื่อของนาย 'ถูกขึน้ บัญชี' ไปแล้ ว" "อะไรนะ! 'ขึ ้นบัญชี' ฉันไม่เข้ าใจ นายหมายความว่ายังไงทิม" "แม็กซ์ หลังจากที่นายออกจากสถาบันวิจัยได้ ไม่นาน ฉันก็ได้ ยิน มาว่าทุกสถาบันร่ วมกันบอยคอตชื่อของนายเพราะแนวคิดเกี่ยวกับจิตไร้ สานึกและการสร้ างอัตลักษณ์ แฝง ทีแรกฉันก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่หรอก แต่ อยู่ ๆ ผลงานวิ จัยเรื่ อ งนี ข้ องนายที่ ยังไม่ ผ่านการรั บ รองก็ ถูกยกมาเป็ น เหตุผลการเลิกสนับสนุนนายซะยังงัน" ้ "...!!" คราวนีเ้ ป็ นแม็กซ์ที่เงียบซะจนอีกฝ่ ายคิดว่าเขาวางสายทิ ้ง ไปแล้ ว ทาให้ ทิมมี่ต้องเรียกซ ้าเพื่อยืนยันว่าเขายังอยู่ "แม็กซ์...! แม็กซ์...! "เอ่อ...ฉันไม่ร้ ูทิม แต่ขอบใจมากที่นายช่วยฉันยืนยันเรื่ องนี ้ แล้ ว ไว้ ฉันจะติดต่อไปอีกที" "ยืนยันเหรอ? นายหมายถึงอะไร เฮ้ ! เดี๋ยวสิ...แม็กซ์..." ยังไม่ทันที่ธิโมทีจะพูดจบประโยค พอแม็กซ์ตัดบทเสร็ จ เขาก็รีบ วางสายทิง้ โดยไม่ได้ อธิบายอะไรทัง้ นัน้ เพราะกลัวจะกลายเป็ นการลาก เพื่อนสนิทเข้ ามาเกี่ยวข้ องกับเรื่องบ้ าๆ พวกนี ้ไปด้ วย จากนั ้นเรื่องที่พึ่งรับรู้ทาให้ แม็กซ์ยืนนิ่งเป็ นรูปปั น้ หินอีกครัง้ ที่แท้ งานวิจัยของเขาที่ ตระกูล วิน เชสเตอร์ พูดถึง ก็ คือ เรื่ องนี เ้ อง 'ทฤษฎีจิตไร้ สานึกและอัตลักษณ์ แฝง' ผลงานที่ไม่มีใครยอมรับและหาว่าเป็ นทฤษฎีที่ พิสจู น์ไม่ได้ ก่อนหน้ านีเ้ ขามีโอกาสได้ ทางานกับผู้เชี่ ยวชาญระบบประสาท เลยมีโอกาสได้ พูดคุยหาข้ อมูลกับคนไข้ จิตเวชมาพอสมควร ซึ่งส่วนใหญ่ คนไข้ เหล่านัน้ จะถูกแพทย์วินิจฉัยว่าเสียสติกลายเป็ นคนไข้ จิตเวชเต็มขัน้ ถ้ าอาการไม่มากยังพอควบคุมตัวเองได้ แพทย์ก็จะใช้ วิธีให้ ยาในการรั กษา แต่ถ้ารายไหนอาการหนักไม่สามารถแยกแยะเรื่ องราวได้ คนไข้ พวกนัน้ ก็ ถูกแพทย์ใช้ เลือกใช้ วิธีที่รุนแรงกว่าในการรักษา อย่างเช่นการใช้ ไฟฟ้ าหรื อ จับคนไข้ มดั กับเก้ าอี ้ในนา้ แล้ วทาให้ จมนา้ ซา้ ไปซา้ มาเพื่อเปลี่ยนแปลงการ รับรู้และพฤติกรรมคนไข้ เป็ นต้ น อันที่จริ ง แม็กซ์เองก็เข้ าใจดีว่าคนไข้ พวกนัน้ มีอาการทางจิต แต่ เมื่อเขาลองวิเคราะห์ดูเป็ นรายบุคคลที่มีความแตกต่าง เขาก็พบว่าจิตใต้ สานึกและจิตไร้ สานึกสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมการแสดงออกรวมไปถึง การกาหนดและสร้ างรูปแบบอัตลักษณ์ ขึ ้นมาใหม่ได้ โดยที่บางทีคนไข้ เองก็ ไม่ร้ ู ตัวเหมือนกัน ดังนัน้ เขาจึงคิดว่าการรั กษาแบบเดิ มมันไม่ใช่ วิธี การที่ ถู กต้ อ ง ตรงกั น ข้ ามมัน ยังส่งผลเสี ยและเป็ น การสร้ างบาดแผลในใจให้ คนไข้ เพิ่มมากกว่า และด้ วยแนวคิดใหม่ที่ยงั พิสูจน์อะไรไม่ได้ แถมยังขัดกับ ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทที่ทางานมานาน การค้ นคว้ าของเขาจึงต้ องหยุด ลงก่อนที่มนั จะเป็ นรูปเป็ นร่างเพราะถูกถีบออกมาอย่างกะทันหันนั่นเอง แต่ใครจะรู้ แนวคิดนีด้ ันไปสะดุดใจตระกูลวินเชสเตอร์ เข้ าซะได้ แต่ทาไมพวกนั ้นถึงสนใจทฤษฎีที่ยงั ไม่มีข้อพิสจู น์นี่กันนะ... "บ้ าเอ๊ ย!" ในที่สดุ แม็กซ์ที่ยืนนิ่งจนเกือบเป็ นรูปปั น้ ไปจริงๆ ก็สบถ ออกมาจนได้ ทัง้ ยังทาให้ เขากลายเป็ นเป้าสายตาของคนที่กาลังเดินผ่าน ไปมาอีกต่างหาก ดังนั ้นเขาจึงเอาตัวเองนอกไปจากตรงอย่างเร็วที่สดุ ในที่ สุดนั กจิ ตวิ ท ยาที่ ก าลัง หั วเสี ยแทบบ้ า ก็ กลับ มาที่ ร ถของ ตัวเองอีกครัง้ กระทั่งผ่านไปหลายนาทีกว่าที่แม็กซ์จะสงบสติอารมณ์ของ ตัวเอง จากนัน้ สายตาใต้ กรอบแว่นจึงเหลือบดูเวลาบนนาฬิกาข้ อมือ เข็ม สัน้ ที่ ชีเ้ ลขหก กั บ แสงภายนอกที่ บ างเบาลงทุ กที บ่ ง บอกว่ าอี กไม่ น าน ท้ องฟ้าก็จะมืดสนิท กว่าที่เขาจะกลับไปที่ถึงคฤหาสน์สุดเพีย้ นนั่นก็น่าจะ มืดพอดี เมื่อท้ องฟ้ามืดสนิท เจ้ ารถยนต์สีบรอนซ์คนั เก่าสมบัติที่ดูเป็ น ชิน้ เป็ นอันเพียงอย่างเดียวของแม็กซ์ก็พาเขากลับมาถึงคฤหาสน์วินเชสเตอร์ การเตร็ ดเตร่ อ ยู่ในเมืองทัง้ วันท าให้ เขาค่อนข้ างล้ าพอสมควร ดังนัน้ พอ มาถึงแม็กซ์ก็เดินขึ ้นชัน้ สอง ไปยังห้ องนอนที่เขาเตรี ยมไว้ ตงแต่ ั ้ เช้ าก่อนจะ ออกไปข้ างนอก พอเปิ ดประตูเข้ าไปได้ เขาก็ไม่สนใจอะไรทัง้ นัน้ รี บถอด และหยิบปากกาออกมาจากกระเป๋ าเสือ้ วางไว้ ที่โต๊ ะข้ างเตียงอย่างลวกๆ แล้ วทิง้ ตัวลงบนเตียงนอนแผ่หลาเหยียดแข้ งขาอย่างหมดแรง นัยน์ตาใต้ กรอบแว่นมองโคมไฟระย้ าบนเพดานที่ทามาจากประตูไม้ แล้ วคิ ดทบทวน คาพูดของโจนาธาน บรู๊ซ ทนายประจาตระกูลวินเชสเตอร์ ซ ้าไปซ ้ามาอย่ าง ไม่สบอารมณ์ อย่างที่ร้ ู แม็กซ์ 'ถังแตก' และเป็ นนักจิตวิทยายากจนที่ไม่มีแ ม้ แต่ ที่ซุกหัวนอนมาตัง้ แต่แรก แต่เรื่ องนีก้ ็เป็ นเพราะนิสัยของเขาล้ วนๆ ไม่ได้ เกี่ยวกับตระกูลวินเชสเตอร์ แต่อย่างใด แต่ด้วยนิสัยที่รักอิสระและมีความ มั่นใจแบบเกินมาตรฐานกับความคิดนอกกรอบที่ ยังไม่เป็ นที่ยอมรับ พอ เขารู้ ว่าตัวเองถู กตระกูลวินเชสเตอร์ ควบคุ มก็มี ความคิ ดอยากจะออกไป จากคฤหาสน์บ้าๆ นี่ทนั ที แต่สดุ ท้ ายก็ติดตรงเงินในกระเป๋ าที่มันว่างเปล่า ซะจนเขารู้สึกอนาถใจตัวเองอยู่กลายๆ ดังนั ้นความคิดที่จะหาที่อยู่ใหม่ จึง ต้ องถูกพับเก็บทังที้ ่ยงั ไม่ได้ เริ่มต้ นด้ วยซ ้า อีกทังตอนนี ้ ้เขาเองก็ต้องยอมรับ ว่าตระกูลวินเชสเตอร์ ทาให้ เขา 'ไม่มีทางเลือก' ขึ ้นมาจริงๆ ซะแล้ ว . . กฎข้ อที่ 9. อย่ าเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นหลังอาทิตย์ ตกดิน ในขณะที่ แ ม็ ก ซ์ ก าลั ง นอนปลงกั บ ความคิ ด ของตั ว เอง อยู่ ๆ ปากกาที่วางไว้ บนโต๊ ะข้ างเตียงก็กลิง้ ตกลงไปบนพืน้ แบบไม่มีเหตุ ผ ลซะ อย่างนัน้ ทาให้ สายตาพร่ าเลือนที่ไม่ได้ สวมแว่นเหลืบไปมองพลางค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ ้นและก้ มลงไปเก็บปากกาอย่างเสียไม่ได้ ทว่าก่อนที่มือของแม็กซ์จะเอื ้อมไปถึงปากกาบนพื ้น ร่างกายท่อน บนที่โน้ มลงมาเกือบมาครึ่ งนัน้ ก็ทาให้ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่ าง เด็ กชายตัวน้ อ ยที่ คุกเข่ าหมอบอยู่ ใ ต้ เตี ยงกาลัง จ้ อ งมองมาที่ เขา แล้ ว สายตาที่ประสานกันอย่างไม่ตงั ้ ใจทาให้ แม็กซ์ชะงักนิ่ง รู้ สึกได้ ว่าเนือ้ ตัว เย็ น เฉี ยบลงอย่ างรวดเร็ วเพราะขนในอวั ย วะทุ กส่ วนที่ ลุ กตัง้ ขึ น้ อย่ า ง กะทันหันเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ตวั เองเห็นมันคืออะไร ยั ง ไม่ ทั น ที่ ร่ า งกายช่ ว งล่ า งจะถู ก ดึ ง กลั บ ขึ น้ มาบนเ ตี ยง เหมือนเดิม ดวงตาของแม็กซ์ก็ต้องเบิกโพลงอีกครัง้ เมื่อเด็กชายตัวน้ อ ยที่ ไร้ ความน่ารักน่าเอ็นดูเอียงคอซ้ ายทีขวาทีจนกระดูกข้ อต่อลัน่ ดัง 'กึก! กึก!' เหมื อ นหัวกาลัง จะตกลงซะอย่ างนั น้ ก่ อ นที่ ริ มฝี ป ากเขี ย วซี ด ขยั บ เพื่ อ สื่อสารบางอย่างออกมาทีละคาๆ "ชั้นที่ห้า ห้ องที่หก บานประตูสีน้ า เงิน" เฮือก!!! ยังไม่ทันที่แม็กซ์จะเข้ าใจว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่ อยู่ๆ ผีเด็ก นั่นก็คลานเข้ ามาหาเขาอย่างรวดเร็ วจนแบบตังตั ้ วไม่ทันจนลมหายใจแทบ หยุดนิ่ง ความน่าขนลุกปนสยองทาให้ เขาผวารี บ ดึงแขนกลับมาและดี ด ตัวเองขึ ้นไปนั่งหลังตรง ใบหน้ าถอดสีอยู่บนเตียงราวกับติดสปริงทันที ตอนนีก้ ล้ ามเนือ้ อ่อนที่อยู่ในอกของแม็กซ์ซูบฉีดเลือดอย่างแรง จนเขาได้ ยินเสียงเต้ นตุบๆ ตุบๆ ของมันดังออกมาข้ างนอก และพยายาม บอกตัวเองว่าบางทีสิ่งที่เห็นอาจเป็ นเพราะเขาไม่ได้ สวมแว่น ก็เลยท าให้ เกิดภาพซ้ อนที่อยู่คล้ ายเด็กชายตัวน้ อยขึ ้นมาก็ได้ แต่ถึงเขาจะคิดอย่างนั น้ สายตาที่พร่ามัวก็ยงั คงกวาดมองไปทั่วห้ องอย่างหวาดระแวงพร้ อมนา้ ลาย อึกใหญ่ที่ถูกกลืนลงคอ พลางเอื ้อมมือคลาไปข้ างหลังเพื่อคว้ าแว่นตาที่วาง อยู่บนโต๊ ะหัวเตียงขึน้ มาสวม ทว่านิ ้วมือเย็นเฉียบที่ปัดป่ ายอย่างสะเปะสะ ปะคว้ าแว่นไม่ได้ สักทีจนต้ องเหลือบตากลับไปมอง พลันวินาทีนั ้นเองสิ่งที่ เห็นทาให้ เขาแทบจะหยุดหายใจ เมื่อมันไม่ใช่แว่นที่วางอยู่บนโต๊ ะ แต่เป็ น ใบหน้ าของเด็กหญิงตัวน้ อยที่ยืนบนเตียงและโน้ มตัวลงมาห่างจากสายตา เขาไม่ถึงคืบ จนสามารถมองเห็นเส้ นเลือดดาที่แข็งตัวใต้ ผิวหนังซีดเผือด อย่างชัดเจนทังที ้ ่ยงั ไม่ได้ สวมแว่น "คิกๆ คิกๆ คิกๆ" แม็กตัวแข็งทื่อ มองเด็กหญิงตัวน้ อยที่กาลังส่งเสียงหัวเราะคิกคัก เหมือนพยายามทาตัวให้ ดูน่ารักทังที้ ่มนั ออกจะน่ากลัวซะมากว่า วินาทีนัน้ พอได้ สตินักวิทยาศาสตร์ สาขาจิตวิทยาที่มากด้ วยตรรกะเหตุผลก็ไม่ คิดหา คาตอบอะไรทังนั ้ ้น รีบโดดลงจากเตียงอย่างรวดเร็ วและวิ่งออกไปนอกห้ อง อย่ างไม่ คิดชี วิตตามสัญ ชาตญาณแรกของมนุษ ย์ ที่เจอสิ่ง ลีล้ ับ แบบตัว เป็ นๆ ต่อหน้ าต่อตา ท่ามกลางสายตาของเด็กน้ อยทังสอง ้ หนึ่งอยู่ใต้ เตียง อีกหนึ่งอยู่บนเตียง มองตามหลังอย่างมีจุดประสงค์... "ฉันคิ ดว่าตัวเองยิ้ มได้น่ารักน่าเอ็นดูแล้วนะไนเจล ทาไมเขาถึงยัง กลัวอยู่อีกล่ะ" "ก็เพราะพวกเราตายไปแล้วน่ะซิ แองจี ้" "โธ่เอ๊ย เรื ่องแค่นี้เอง เขาไม่เป็ นสุภาพบุรุษเอาซะเลย" "เอาล่ะ ไปกันเถอะแองจี ้" เสียงเล็กๆ ไร้เดียงสาล่องลอยแผ่วเบาก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคื น สู่ความเงียบอีกครั้ง... . . ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ เสียเท้ าเปล่าที่ วิ่งบนพืน้ ไม้ เรดวู ดแทรกด้ วยลมลมหายใจหอบ เหนื่ อ ยสะท้ อ นก้ อ งอยู่ ในความเงี ยบคฤหาสน์ การปรากฏของสิ่ ง เหนือ ธรรมชาติแบบใกล้ ชิดและไม่ทันตังตั ้ วทาให้ แม็กซ์วิ่งหลงทิศหลงทางมั่วซั่ว ไปหมด อีกทังความมื ้ ดและผีเด็กที่โผล่มาขวางหน้ าอยู่เป็ นระยะๆ ก็ยิ่งทา ให้ แม็กซ์สับสนแยกแยะอะไรไม่ออก และหลายครัง้ ที่เขาพยายามจะเปิ ด ประตูเข้ าไปในห้ องสักห้ องเพื่อซ่อนตัวหรือหยุดพัก แต่น่าแปลกที่ประตู ทุก บานที่เขาพยายามเปิ ด กลับเปิ ดเข้ าไปไม่ได้ แม้ แต่ห้องเดียว กระทั่งเขาวิ่ง มาถึงชันที ้ ่ห้าอย่างไม่ร้ ู ตวั ประโยคที่ได้ ยินจากผีเด็กชายตัวน้ อยก็ผุดขึน้ มา ในหัวอีกครัง้ 'ชั้นที่ห้า ห้ องที่หก บานประตูสีน้าเงิน' และในตอนนี ้เองที่ แม็กซ์เริ่มรู้สึกตัวว่าเขากาลัง 'ถูกต้ อน' ให้ มาถึงที่นี่ "แฮ่กๆ แฮ่กๆ แฮ่กๆ" พอคิดได้ แบบนี ้ แม็กซ์ก็หยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ ระบายลมหายใจที่ เหนื่อยหอบออกมาจนตัวโยน จนผ่านไปกว่าสามนาทีกว่าที่ลมหายใจของ เขาจะเริ่ มกลับมาเป็ นปกติอีกครัง้ สายตาที่พร่ ามัวจึงเริ่มมองฝ่ าความมืด ไปตามทางเดินจนสุดทาง ข้ างหน้ าว่างเปล่า ไม่มีอะไรโผล่มาให้ เห็น ซึ่ง น่าจะยืนยันได้ ว่าสิ่งที่เขาคิดนัน้ ถูกต้ อง ผีเด็กน้ อยทัง้ สองต้ องการให้ เขา ขึ ้นมาที่ชนห้ ั ้ าและไปยังห้ องที่มีประตูสีน ้าเงินแน่ๆ ตอนนี ้แม็กซ์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทาตามความต้ องการของ สิ่งลี ้ลับอย่างเต็มใจ ถึงเขาจะอยากรู้ เรื่องของคฤหาสน์วินเชสเตอร์ มากแค่ ไหน แต่อย่างน้ อยมันก็ไม่ควรเป็ นสถานการณ์ที่ถูกบังคับแบบนี ้ พอมาคิด ไปคิดมาเขาก็อดคิดไม่ได้ ว่าพวกตระกูลวินเชสเตอร์ นี่ช่างมีนิสยั ไม่ทิง้ กันทัง้ แต่เด็กยันแก่เลยจริงๆ "หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้ า หก..." ในที่สดุ ฝี เท้ าเปล่าก็ก้าวไปข้ างหน้ าทีละก้ าวๆ ท่ามกลางความมืด พร้ อมกับนับจานวนห้ องที่เขาเดินผ่านไปเรื่ อยๆ กระทั่งถึงห้ องที่หก ร่ างที่ ชุ่มเหงื่อจึงหันไปทางประตู จากนัน้ นิว้ มือเย็นเฉียบก็หมุนลูกปิ ดและผลัก ประตูเข้ าไปช้ าๆ แอดด..ดด เสียงเนือ้ ไม้ ที่ดังตามปกติแต่ตอนนีก้ ลับชวนขนหัวลุกอย่างบอก ไม่ถูก แม็กซ์กลืนนา้ ลายลงคออึกใหญ่ สูดลมหายใจเข้ าลึกอีกครัง้ ก่ อนจะ ทาใจก้ าวเข้ าไปในห้ องอย่างช้ าๆ แป็ ก! แม็กซ์คลาไปตามผนังควานหาสวิตช์ไฟจนเจอ คืนนี ้โชคดียงั เป็ น ของเขาพอสมควรเมื่ออย่างน้ อยโคมไฟระย้ าบนเพดานที่ท ามาจากบาน ประตูก็ยังใช้ ได้ บ้างถึงมันจะดูสลัวมากกว่าสว่างก็ตาม แต่อย่างน้ อยก็ยัง ท าให้ เขาไม่ ต้อ งคล าหาทุ กอย่ างในความมื ด เหมื อ นตอนที่ วิ่ง อย่ า งไร้ ทิศทางก่อนหน้ านี ้ สายตาหวาดระแวงกวาดมองไปรอบๆ ห้ องนี ้ถูกตกแต่งคล้ ายกับ ห้ องนั่งเล่น มีโต๊ ะเก้ าอีเ้ ป็ นชุดตัง้ อยู่กลางห้ อง ผนังด้ านหนึ่งมีชนั ้ หนังสือ และชันโชว์ ้ ของตกแต่งอยู่เล็กน้ อย ส่วนอีกด้ านเป็ นกระจกเงาบานใหญ่กับ เสาสาหรับเชิงเทียนและชัน้ วางของที่เต็มไปด้ วยแก้ วคริ สตัลรู ปทรงต่ างๆ ซึ่งโดยรวมแล้ วแม็ กซ์ ก็ยังไม่ เห็น ว่ าห้ องนี ม้ ัน ต่ างจากห้ องอื่น ๆ ตรงไหน และที่สาคัญเขาแน่ใจว่ามันไม่มีประตูสีน ้าเงินอยู่แน่ๆ ในขณะที่แม็กซ์กาลังตรวจสอบข้ าวของทุกอย่างภายในห้ องอยู่ นัน้ ความอลม่านที่ ยาวนานของค่ าคื นนีท้ าให้ แม็ กซ์ลืมกฎข้ อหนึ่ง ไปซะ สนิท กระทัง่ ถึงเวลาเที่ยงคืนหนึ่งนาทีบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ภายนอกนอก ห้ องบริ เวณทางเดินได้ แหวกความเงียบออกมาจนเขารู้ สึกได้ ฝี เท้ าที่แผ่ว เบาจึงค่อยๆ ย่องไปที่ประตูและแนบหูลงไปเพื่อฟั งเสียงของสิ่งที่อยู่นอก ห้ อง ครืดด..ด ครืดด..ด ครืดด..ด แม็กซ์ได้ ยินเสียงคล้ ายคนเดินลากเท้ าและชายกระโปรงหนักละ พืน้ ดังครื ดคราดไปดังอยู่บนทางเดินนอกห้ องกาลังใกล้ เข้ ามา และวินาที นัน้ เองที่เขาสัมผัสได้ ถึงความน่ากลัวของสิ่งที่กาลังมา เขาผละออกห่าง จากประตู หรี่ ตามองด้ วยใจระทึ กพลางนึกถึงกฎของคฤหาสน์ที่เขาเคย อ่าน 'กฎข้ อที่ 4 ห้ ามออกจากห้ องหลังเที่ยงคืน' 'กฎข้ อที่ 6. หาที่ซ่อน ก่ อนที่ 'มัน' จะเข้ ามาในห้ อง' แล้ วจากนั ้นสายตาที่พร่ ามัวก็เริ่ มมองหาที่ซ่อน แต่ผ้ ชู ายตัวใหญ่ อย่างเขาจะไปซ่อนที่ไหนได้ อีกทังพอไม่ ้ ใส่แว่นทุกอย่างที่เห็นดูเบลอๆ ไป หมด จนแยกไม่ออกว่าของชิน้ เล็กๆ หรื ออะไรก็แล้ วแต่ที่ อยู่ ห้องชิ น้ ไหน น่าจะช่วยเขาได้ ครืดด..ด ครืดด..ด ครืดด..ด แม็กซ์ไม่ร้ ูว่าไอ้ ที่อยู่ข้างนอกมันคือตัวอะไรกันแน่ แต่จากกฎที่ได้ อ่านเขามัน่ ใจว่ามันเป็ นสิ่งอันตรายที่เขาไม่ควรเผชิญหน้ าด้ วยเป็ นอันขาด และเสียงนั ้นก็ใกล้ เข้ ามาทุกที!! ในขณะที่ความลนลานทาให้ แม็กซ์พลาดปั ดโดนข้ างของหลาย อย่างจนหล่นกระจาย อยู่ๆ ความผิดปกติบางอย่ างก็ท าให้ เขาต้ อ งหยุ ด เคลื่อนไหวและเงี่ยหูฟังให้ ดีๆ อีกครัง้ เงียบ! แม็กซ์ไม่ได้ ยินอะไรเลยนอกจากความเงียบ เสียงเดินลาก เท้ ากับเสียงชายกระโปรงละพื ้นที่ดังครืดคราดหายไปแล้ ว แต่เขาก็ยังรู้สึก ไม่ปลอดภัย เพราะเป็ นไปได้ ว่า 'มัน' อาจจะกาลังยืนอยู่ที่หน้ าประตูแล้ วก็ ได้ ดังนั ้นเขาจึงค่อยก้ าวถอยหลังช้ าๆ พร้ อมกับน ้าลายเหนียวข้ นที่ถูกกลืน ลงคอและสายตาที่หรี่มองไปที่ประตูอย่างระมัดระวัง ครึกๆ ครึกๆ ครึ่กๆ ครึ่กก...ก ครืดดด!!! ทันใดนั ้นเอง เสียงที่คล้ ายกับคนกาลังคลานอยู่บนพืน้ และเล็บที่ ครู ดไปตามผนังก็ดังขึน้ จากทุกทิศทุกทาง ทาให้ แม็กซ์หมุนซ้ ายหมุนขวา กวาดตามองไปรอบห้ องอย่างหวาดระแวง จนกระทัง่ อยู่ๆ เสียงนั ้นไปหยุด ตรงเหนื อ หัวของเขาพอดิ บ พอดี ใบหน้ าที่ ซีดเผื อ ดจึ ง เงยขึ น้ พร้ อมกั บ ดวงตาเบิกโพลงที่มองขึน้ ไปข้ างบน เห็นลูกบิดประตูที่อยู่บนเพดานค่อ ยๆ หมุน ทาให้ เขานึกถึงกฎอีกข้ อขึ ้นมาทันที 'กฎข้ อที่ 2. อย่ าไว้ ในประตูทุก บาน เพราะมันบิดเบี้ยวเกินกว่ าจะเชื่อถือได้ ' แกร็ก!! ***

พูดคุยท้ายตอน

ความคิดเห็น (…)

ฝากความรู้สึกถึงตอนนี้ หรือชวนกันคุยได้เลย · จำนวนความคิดเห็นรวมคำตอบกลับที่แสดงอยู่

กำลังเปิดบทสนทนา…