ปีกปักษาPEEKPAKSA

👁 กำลังโหลดสถิติ…

พันธสัญญาแห่งราชาอสูร

บทที่ 5 ปกป้อง

บาร์เอลนำทางคาเซร่าและมิวไปยังเขตแดนของราชาอสูรแห่งความมืดโดยมีมาลไคร์คอยติดตามไปด้วย  สถานการณ์ในตอนนี้นางไม่สามารถที่จะไว้ใจผู้ใดได้เลยนอกจากมิว การที่บาร์เอลอาสาเป็นผู้นำทางให้นั้น แท้จริงแล้วอาจมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่ก็ได้ ส่วนมาลไคร์ถึงแม้ความภักดีที่มีต่อเอเรียสจะเป็นเรื่องจริง แต่การทรยศนั้นก็เป็นเรื่องจริงเช่นเดียวกัน อสูรที่ทรยศต่อนายของตน บางทีจิตใจนั้นอาจแปรเปลี่ยนไปแล้วก็ได้   เส้นทางจากแดนเหนือมุ่งสู่แดนใต้ยาวไกลอย่างมาก ยิ่งมีอสูรชั้นสูงสองตนเดินทางไปด้วยคาเซร่ายิ่งไม่สามารถหาข้อมูลจากแหล่งอื่นได้อีก ถ้าให้เลือกนางเลือกที่จะฟังคำพูดจากมาลไคร์มากกว่า แต่จนถึงตอนนี้เจ้าอสูรตกอับก็ยังไม่พูดอะไรที่เป็นประโยชน์ออกมาแม้แต่นิดเดียว "ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะร่วมทางไปกับข้าจนถึงแดนทางใต้หรอกนะ มาลไคร์"  "หึ หึ หึ เจ้ามีแผนอะไรกันแน่ถึงได้เดินทางร่วมกับรา...เจ้านั่น" คำพูดบางคำที่อสูรผมสีเงินไม่สามารถที่จะเอ่ยออกมาได้ ทำให้ต้องเลี่ยงใช้คำอื่นแทน "..." คาเซร่าหยุดทบทวนและปรายตาไปทางบาร์เอลที่อยู่ห่างออกไม่ไกลนัก คำพูดของเจ้าอสูรตกอับยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเจ้านั่นต้องไม่ใช่แค่อสูรเก่าแก่ธรรมดาและต้องมีแผนการอะไรบางอย่างแน่นอน ขณะนั้นเองในช่วงที่ไม่ทันได้ระวังตัว เสียงคล้ายกับของมีคมตัดผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว ประกายสีเงินสะท้อนแสงวาววับกระทบเข้าที่ตาคู่สวย จนต้องเบือนหน้าหนีหลบแสงสะท้อนไปอีกทาง ราวกับคมมีดที่มองไม่เห็นลอยอยู่ในอากาศตัดผ่านไปอย่างเร็ว ใบหน้าเรียวงามมีเลือดไหลซึมที่ข้างแก้ม ก่อนที่คมมีดต่อไปจะวิ่งผ่านอากาศมาถึงตัวอีกครั้ง วงแขนที่แข็งแรงคว้าเข้าที่เอวบางแขนอีกข้างกอดร่างนั้นแนบกับหน้าอกอุ่นอย่างปกป้องและพาร่างนั้นหลบคมอาวุธที่ยังจับทิศทางที่มาไม่ได้  "เจ้าไม่บาดเจ็บใช่มั้ย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามคนในอ้อมแขนอย่างลืมตัวเมื่อหาที่หลบคมอาวุธเหล่านั้นได้ "ข้าไม่เป็นไร" นัยน์ตาคู่สวยมองสถานการณ์รอบข้างอย่างระมัดระวังไร้การตื่นกลัวอย่างที่หญิงสาวควรจะเป็น นั่นทำให้คนที่ปกป้องรอบยิ้มอย่างพึงใจ "บาร์เอล เจ้าว่าเป็นพวกไหนกัน" เหตุที่คาเซร่าเอ่ยถามออกไปเช่นนั้นเพราะตั้งแต่ที่ร่วมทางมากับบาร์เอลก็ไม่มีพวกอสูรหน้าไหนกล้าเข้ามาโจมตีอีกเลย เพราะเกรงกลัวต่อพลังของอสูรเก่าแก่ มือหนายื่นมาแตะแผลที่มีเลือดไหลซึมบนใบหน้าอย่างแผ่วเบา คาเซร่าหันกลับและปัดมือที่สัมผัสใบหน้าของตนออกไปทันที "เจ้าจะทำอะไร"   "เจ้าบาดเจ็บ" เสียมทุ้มต่ำตอบกลับมา นัยน์ตาสีหม่นมองรอยแผลที่อยู่บนหน้า ก่อนที่มันจะค่อย ๆ สมานตัวเองและหายไปจนสิ้นไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ เอาไว้แม้แต่น้อย  ‘รักษาตัวเองได้เร็วขนาดนี้เลยงั้นรึ ดูท่าข่าวลือนั่นจะเป็นความจริงสินะ’ "ข้าไม่เป็นไร" คาเซร่าตอบกลับมาและมองดูเหตุการณ์ที่ตรงหน้าอีครั้ง เพียงไม่นานการโจมตีจากอาวุธที่จับทิศทางไม่ได้ก็หยุดลง คาเซร่า บาร์เอล มาลไคร์และมิว ยังคงหลบนิ่งอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไหวใด ๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่จะถูกศัตรูโจมตีใส่อีกครั้ง บาร์เอลที่นั่งชันเข่าอยู่ข้าง ๆ กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูจนสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่พ่นออกกมา "ข้าจัดการเอง เจ้าหลบอยู่ที่นี่ก่อน"  ร่างสูงลุกขึ้นยืน เดินออกมาจากที่กำบังไร้การป้องกันใด ๆ ทำตัวราวกับเป็นเป้าล่ออาวุธเสียอย่างนั้น "อย่าเสียเวลาเลยน่า ออกมาให้หมด!" เสียงที่ทรงพลังดังก้องไปทั่วป่า หากแต่ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับใด ๆ เพียงไม่นาน เสียงของมีคมแหวกอากาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง กิ่งไม้ที่สัมผัสกับคมอากาศขาดออกจากกันอย่างง่ายดาย ก่อนที่จะปะทะเข้ากับร่างกายกำยำ ทว่าราวกับมีกำแพงกั้นเอาไว้รอบตัวของอสูรเก่าแก่ เสียงกระทบกันกลางอากาศ ราวกับคมมีดที่ปะทะเข้ากับกำแพงหินขนาดใหญ่ดังลั่นไปทั่วบริเวณ เพียงไม่นานอสูรจำนวนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นรอบๆ ร่างสูงผิวเข้มที่ยืนอวดหน้าอกแกร่งเพราะคอเสื้อที่เปิดกว้างออกมา "แหม ท่านบาร์เอลนี่ล่ะก็ อสูรเช่นพวกข้าไม่บังอาจต่อกรกับผู้สูงส่งเช่นท่านหรอกนะ" อสูรสตรีร่างอวบอิ่มในชุดรัดรูปสีแสบตาเอ่ยขึ้นด้วยวาจาและสายตาที่ยั่วเย้า ทว่านัยน์สีหม่นกลับมองอย่างดูแคลนในกิริยาเช่นนั้น "แต่ว่า สิ่งที่พวกข้าต้องการกลับเป็นเจ้าอสูรทรยศผู้นั้นต่างหาก" ริมฝีปากอิ่มตึงยิ้มยั่ว ก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้ ๆ และใช้มือที่เหมือนปลาหมึกสัมผัสลูบไล้แผงอกแกร่งภายใต้เสื้อคอกว้างที่ร่นลงมา "ไม่ทราบว่าท่านบาร์เอลผู้สูงส่ง จะมอบเจ้านั่นให้พวกเราได้หรือไม่ ฮิ ฮิ ฮิ" เสียงเล็กเสียงน้อยที่หัวเราะออกมาทำให้น่าขนลุกเสียมากกว่าชวนหลงใหล ‘ชิ! เจ้าพวกน่ารำคาณ’ อสูรผมสีเงินยวงออกมาจากที่กำบัง มองไปยังกลุ่มอสูรที่ลอบโจมตีด้วยสายตาแข็งกร้าว "ไม่ได้" เสียงหนึ่งตะคอกดังออกมา ครึ่งอสูรคาเซร่าออกมาจากที่ซ่อนและเดินเข้าไปหาพวกอสูรกลุ่มนั้น อสูรสตรีร่างอวบอิ่ม มองคาเซร่าด้วยสายตาที่มุ่งร้าย ส่วนมาลไคร์กลับประหลาดใจในการกระทำของนางเป็นอย่างมาก  "แหม แหม ดูท่าท่านจะมีของดีอีกอย่างสินะ ท่านบาร์เอล" กรงเล็บแหลมคมงอกออกมาจากนิ้วเรียวยาว ด้วยความเร็วที่ไม่คาดคิด กรงเล็บนั้นจู่โจมคว้าเข้าที่คอของคาเซร่าทันที นัยน์ตาคมจ้องมองนิ่งเปลวไฟสีดำลุกท่วมแขนข้างนั้นอย่างรวดเร็ว  "กรี๊ดดด!" เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นไปทั่วทั้งป่า อสูรสาวร่างอวบอิ่มทรุดลงกับพื้น มือซ้ายกุมที่หัวไหล่ แขนขวาที่ใช้จู่โจมถูกเผาจนไม่เหลือซาก ใบหน้าที่ยั่วยวนเมื่อครู่กลับบูดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด กลุ่มอสูรที่ล้อมรอบต่างพากันตกใจกับภาพที่เห็นจนถอยกรูออกไปด้านหลัง คาเซร่าก้มมองอสูรสาวที่เสียแขนกรีดร้องที่พื้นด้วยแววตาที่ไม่รู้สึกอะไรเลย "แขนข้างนี้ของเจ้าอย่าหวังว่าจะกลับคืนมาได้ง่าย ๆ เปลวไฟของข้า ไม่ใช่สิ่งที่อสูรสวะอย่างพวกเจ้าจะมาลองดี จำเอาไว้" นัยน์ตาคมกริบจ้องมองอย่างเยือกเย็น ก่อนที่จะกวาดสายตามองอสูรที่อยู่รอบ ๆ  "ไสหัวไปให้หมด!" น้ำเสียงที่กราดเกรี้ยวดังลั่น พวกอสูรต่างลนลานจนทำอะไรไม่ถูก หนึ่งในนั้นกล้า ๆ กลัว ๆ เดินเข้ามาลากดึงอสูรสาวที่บาดเจ็บหนักออกไป เพียงชั่วครู่พวกอสูรสวะทั้งหมดก็อันตรธานหายไปทันที นัยน์ตาสีหม่นมองสิ่งที่คาเซร่ากระทำอย่างไม่เข้าใจ  "เซร่า เจ้าไม่เป็นไรนะ" ซารามันดร้าหนุ่มวิ่งเข้าไปกอดร่างบางจนเซไปถูกบาร์เอลที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ  "เจ้าเด็กนี่ พอหมดเรื่องก็วิ่งออกมาเชียวนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะและแววตาที่ผิดกับเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน นัยน์ตาสีหม่นเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว "ทำไม" อสูรผมสีเงินยวงมองมาที่นางอย่างไม่เข้าใจ "อะไรของเจ้า เจ้าอสูรตกอับ ข้าก็แค่ไม่ชอบเห็นใครหรืออะไรถูกรังแกก็เท่านั้น"  "นี่เจ้า..." มาลไคร์กัดกรามแน่นในคำพูดเสียดสีของนาง  ‘ถูกรังแก นี่ข้าถึงขนาดต้องรับความเมตตาจากเจ้าครึ่งอสูรนั่นแล้วอย่างนั้นรึ’ "อีกอย่าง หากจะแข็งแกร่งขึ้นจำเป็นด้วยงั้นเหรอ ที่ต้องแย่งชิงจากผู้อื่น พวกเจ้าเชื่อเช่นนั้นจริงๆ รึ" คำพูดของคาเซร่าทำให้มาลไคร์และอสูรเก่าแก่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ‘ครึ่งอสูรเอ๋ย ดูท่าเจ้าก็น่าสนไม่น้อยเลยทีเดียว หึ หึ หึ’ ... ในค่ำคืนนั้นมาลไคร์ คาเซร่าและบาร์เอล ต่างฝ่ายต่างก็ไม่มองหน้ากัน ไม่แม้แต่จะเดินเฉียดเข้ามาใกล้ คงมีแค่มิวอสูรซารามันดร้าและคาเซร่าเท่านั้นที่ยังคงพูดคุยหยอกล้อกันดังเช่นที่ผ่านมา  "มิว ระหว่างบาร์เอลกับมาลไคร์ เจ้าว่าผู้ใดที่เชื่อถือได้มากกว่ากัน" เสียงเบาที่พูดแค่พอให้ได้ยิน "เจ้าหมายถึงเรื่องอะไรกันล่ะ ที่ว่าเชื่อใจได้น่ะ" แววตากลมโตสีแดงหันมองอย่างสงสัย "เอเรียส" เสียงเรียบต่ำตอบกลับมาอย่างแผ่วเบา "อืม ถ้าเป็นเรื่องของท่านผู้นั้น แน่นอนเจ้าอสูรตกอับนั่นย่อมพักดีต่อท่านผู้นั้นอย่างไม่ต้องสงสัยอยู่แล้ว ส่วนเจ้าอสูรชรานั่นน่ะ ข้าไม่เชื่อใจเลยสักนิด" หัวคิ้วบนดวงสีน้ำตาลเข้มขมวดเป็นปม แววตาบ่งบอกถึงความสงสัยในความคิดนั้น "ก็ข้าเคยถูกเจ้าอสูรตกอับนั่นผนึกเอาไว้ใช่มั้ยล่ะ ข้าก็เลยสัมผัสได้ถึงจิตใจของเจ้านั่น ถึงข้าจะไม่เห็นด้วยที่เจ้ายื่นมือช่วยเหลือเจ้านั่น แต่ข้าคิดว่า...ถ้าเป็นเรื่องของท่านผู้นั้นล่ะก็เจ้านั่นไม่มีทางคิดร้ายแน่ ๆ" คาเซร่านึกทบทวนในสิ่งที่มิวพูด "งั้นรึ แล้วเพราะอะไรเจ้านั่นถึงกล้าทำเรื่องทรยศต่อนายตัวเองกันนะ" ใบหน้าเรียวเล็กรำพึงกับตนเองเบา ๆ  "อืม ข้าว่าเจ้าคงมีเหตุผลบางอย่างล่ะมั้ง ฮ้าวว" อสูรซารามันดร้าส่งเสียงหาวลากยาวก่อนที่จะล้มตัวลงนอนข้าง ๆ คาเซร่าและเข้าสู่ห้วงนิทราในไม่ช้า... ‘เหตุผลบางอย่าง...’ ผมสีน้ำตาลเข้มสยายไปกับพื้น ร่างบางล้มตัวลงนอนภายใต้แสงของดวงดาวนับล้าน เพียงไม่นานนางก็เข้าสู่ห้วงฝันเช่นเดียวกัน เช้าวันต่อมา... ‘นั่นมัน...เซร่าต้องชอบแน่’ "อึบ!" ขายาวปีนป่ายโค่นต้นไม้ แขนเล็กเรียวทั้งสองข้างและมือที่พยายามยื่นออกไปเพื่อคว้ากิ่งไม้ที่คิดว่าแข็งแรงที่สุดเอาไว้ และดึงร่างกายพร้อมทั้งก้าวขาเพื่อปีนสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ นัยน์ตาวาวสีแดงจ้องมองพวงผลไม้สุกลูกใหญ่ที่อยู่บนยอดไม้กิ่งเล็ก ๆ ที่ยื่นออกไปในแม่น้ำอันนิ่งสงบเบื้องล่าง "อึบ อีกนิด..เดียว" นิ้วมือยาวพยายามยืดออกไปเพื่อเด็ดผลไม้พวงนั้นแต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น  พรืดด! "อ้าา ตกแล้ววว" เท้าข้างหนึ่งที่เหยียบบนกิ่งไม้อย่างไม่มั่นคงเกิดลื่นขึ้นมา ทำให้ร่างทั้งร่างล่วงลงไปยังแม่น้ำเบื้องล่าง ตูมม!! เสียงน้ำกระจายดังออกไป อสูรผมสีเงินยวงที่อยู่แถวนั้นได้ยินเข้าพอดี จึงเดินเข้าไปหาที่มาของเสียง แต่ภาพที่เห็นคือเจ้าอสูรซารามันดร้าที่ตะเกียกตะกายอยู่ในแม่น้ำในสภาพที่จะจมไม่จมแหล่ ‘แค่ก แค่ก ทะ ทำไงดี ขาไม่ถึง แค่กๆ’ พอรู้ตัวอีกทีก็ถูกหิ้วคอขึ้นมาจากแม่น้ำในสภาพที่ทุลักทุเลน่าดู  ตุบ! ร่างของอสูรซารามันดร้าหนุ่มน้อยถูกโยนลงที่พื้น ตามมาด้วยเสียงไอของอสูรที่สำลักน้ำเข้าไปเป็นจำนวนมากจนนัยน์ตาที่แดงอยู่แล้วกลับแดงมากขึ้นไปอีก  "เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้า ถ้าอยากตายนักก็ให้ข้าดูดกลืนพลังซะสิ" เสียงเข้มตะคอกออกมาหลังจากที่ลากคออสูรผมแดงขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จ "แค่ก แค่ก ขะ ข้าแค่จะเก็บผลไม้นั่น" นิ้วมือเรียวชี้ไปทางผลไม้สุกที่อยู่บนยอดไม้ "เฮ้ออ" เสียงถอนหายใจยืดยาวดังออกมา ก่อนที่ร่างสูงจะนั่งชันเข่าลงข้าง ๆ อสูรผมสีแดงเพลิง "มิว เจ้าเป็นอสูร แค่เวทย์เคลื่อนย้ายง่าย ๆ เจ้าน่าจะใช้เป็นนะ" น้ำเสียงราบเรียบที่เอ่ยขึ้นอย่างอดทน แววตาคมกริบจ้องมองนิ่ง "เออ! จริงด้วย" ดวงตาสีแดงหันมามองมาลไคร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รอยยิ้มที่แก้เขิลปรากฏขึ้นบนหน้าทะเล้นอย่างลืมตัว อสูรผมสีเงินยวงมองแววตาและรอยยิ้มนั้น ภายในใจกลับสงสัยในการกระทำของตนว่าทำไมต้องเข้าไปช่วยเหลือเจ้าอสูรซื่อบื้อนี่ด้วย ร่างสูงลุกขึ้นยืน หันหลังเดินผละออกไป ผลไม้สุกลูกใหญ่พวงนั้นค่อย ๆ ลอยมาวางบนตักของเจ้าอสูรซื่อบื้อที่ยังนั่งอยู่ที่พื้น ‘เอ๋! แล้วทำไมไม่ใช้เวทย์เคลื่อนย้ายช่วยข้าขึ้นมาจากน้ำ จะโดดลงไปทำไม?’ "นี่มัน ขอบใจนะ" เสียงที่สดใสเอ่ยขึ้น สองมือรวบพวงผลไม้ที่อยู่บนตักของตน ส่วนอสูรผมสีเงินที่ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองยังคงเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ  ‘ชิ! เจ้าซื่อบื้อ ดูท่าคงอยู่กับพวกมนุษย์นานเกินไปจริงๆ’ ***

อยากอ่านต่อในเล่ม?

ซื้อเล่ม ↗

พูดคุยท้ายตอน

ความคิดเห็น (…)

ฝากความรู้สึกถึงตอนนี้ หรือชวนกันคุยได้เลย · จำนวนความคิดเห็นรวมคำตอบกลับที่แสดงอยู่

กำลังเปิดบทสนทนา…