ปีกปักษาPEEKPAKSA

👁 กำลังโหลดสถิติ…

มายาวิปลาส

บทที่ 5 ปีศาจ

วันถัดมา เซเวียร์ยังปลอดภัยดีทุกอย่าง ไม่กลายเป็นศพทั้งไม่ถูกโยนลงคุกใต้ดิน เว้นเสียแต่ถูกลดฐานะจากของสัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่เคยได้รับอิสระ ไปใส่ปลอกคอเป็นสิ่งที่ต้องควบคุมในชั่วข้ามคืน  มองผิวเผินอาจเป็นเช่นนั้น เพราะเอเลนออกคำสั่งขังเซเวียร์ในห้องพัก พร้อมจับใส่ปลอกคอแบบไม่ติดโซ่ล่าม ปล่อยออกมาเดินเล่น สูดอากาศบ้างเป็นครั้งคราว แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเสมอ  จุดประสงค์ทั้งหมดคือการแสดงความเป็นเจ้าของและกันเลออนออกห่าง ซึ่งคนถูกกันรู้ดีทุกอย่างว่าเจ้านายคนโปรดคิดอะไรอยู่ในหัว .. บ่ายวันเดียวกัน ขุนนางชั้นสูงมาร์ควิส วินเซนต์ โฟลรอง ผู้มีศักดิ์เป็นลุงของเลดี้เชรีน่า โฟลรอง ได้มาเยี่ยมเยือนเอเลนถึงคฤหาสน์มอร์เรลโดยไร้การนัดหมายล่วงหน้า ด้วยได้ยินว่ามีของสวยงามน่าหลงใหล ราวไข่มุกหายากจากใต้ก้นสมุทรมาอยู่ที่นี่ ช่างเป็นความอยากรู้ที่มาได้ถูกจังหวะเสียจริง... วินเซนต์ โฟลรองถูกเชื้อเชิญต้อนรับอย่างดี ทว่าระหว่างที่ก้าวขากำลังจะลงจากรถม้า สายตาดันไปสะดุดเข้ากับชายหนุ่มเรือนผมสีอ่อน รูปร่างบอบบาง ยืนอยู่ใต้ต้นแอปเปิ้ลสีแดงสด ด้วยการแต่งตัว ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนรับใช้ของคฤหาสน์ หรือนี่อาจเป็นไข่มุกหายากที่ว่า จากที่ควรไปนั่งรอที่โถงรับรองส่วนหน้า กลายเป็นหาข้ออ้างเดินเล่นเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ระหว่างรอ อย่างที่บอกทุกอย่างดูเข้าทางถูกจังหวะ  แค่ไม่กี่นาทีที่เอเลนละสายตาจากเซเวียร์ กลับมาอีกที ภาพที่เห็นก็คือสัตว์เลี้ยงของตนกำลังถูกผู้มาเยือนล้วงควักทำอนาจารใต้สาปเสื้ออย่างไม่เกรงใจใคร แสดงสันดานระยำต่ำช้ามักมาก ลามกใส่ผิดคน ซ้ำไม่เลือกที่ ปัง! เสียงปืนดังสนั่น ทำเอานกตัวน้อยที่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้แตกฮือบินหนีขึ้นฟ้า รวมไปถึงเหล่าคนรับใช้ที่ได้ยินต่างก็ตกใจจนหยุดงานในมือ ร่างท้วมในชุดขุนนางเต็มยศสะดุ้งเฮือก ผงะถอยจนก้นจั้มเบ้าตามสัญชาตญาณ เมื่อกระสุนปืนนัดนั้นพุ่งถากข้างหัว ตัดขาดเส้นผมร่วงลงไหล่พร้อมลิ่มเลือดสีเข้มที่ไหลเปรอะลงมา แม่นเหมือนจับวาง ทั้งที่เจาะกะโหลกได้แต่ไม่ทำ เพราะมันโจ่งแจ้งเกินไป “คะ คะ ใคร! ใครเป็นคนยิง” ใบหน้าซีดเผือดเลิ่กลั่ก หันซ้ายขวามองหาต้นตอ ขณะที่ยังแหกปากโวยวายไม่หยุด ก่อนเห็นเจ้าของวิถีกระสุนกำลังเดินมาพร้อมหลักฐานในมือ และเลออนที่รีบวิ่งตามมาเพื่อดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้านายคนโปรดของเขาเช่นกัน “เกิดอะไรขึ้นครับท่านเอเลน” การแสดงสมบูรณ์แบบ ทั้งสีหน้าตกใจและลมหายใจเหนื่อยหอบ ผสมอาการความเป็นห่วงเจ้าบ้านมากกว่าแขกผู้มาเยือน ที่ตอนนี้มีเลือดไหลซิบส่งกลิ่นคาว ย้อยลงมาข้างขมับ  “ขออภัยท่านวินเซนต์ พอดีมันพลาด” เป็นคำขอโทษที่ช่างตรงข้ามกับสีหน้าท่าทางอย่างสิ้นเชิง  จากนั้นการกระทำถัดมาก็ยิ่งยากจะเข้าใจ ร่างสูงเดินเข้าไปหาเซเวียร์ สาดสายตาเย็นเยียบกดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเงื้อมือขึ้นสูงแล้วตบเข้าข้างแก้มฉาดใหญ่ จนอีกฝ่ายหน้าหันตามแรงมือ  เอเลนรู้ว่าอีกฝ่ายไร้ความผิด อีกทั้งสถานที่ตรงนี้คือที่ที่เขาอนุญาตให้สัมผัสแสงแดดอ่อน ฟังเสียงลมพัดใบไม้ไหว แต่ก้อนเนื้อในอกมันเต้นเร่าพาสติขาดผึ่ง เมื่อเห็นสัตว์เลี้ยงใต้อาณัติถูกมือโสโครกแตะต้องล้วงลึกใต้สาบเสื้อต่อหน้าต่อตา เซเวียร์ถูกตบจนเลือดกลบปาก ใบหน้าครึ่งซีกขึ้นเป็นรอยมือแดงเถือก ที่จริงควรเจ็บจนต้องมีปฏิกิริยา แต่น่าแปลกที่กลับยืนนิ่ง เหมือนไม่รู้สึกอะไรเสียอย่างนั้น ส่วนวินเซนต์ โฟลรองที่ตกใจอีกรอบถึงกับหน้าหน้าถอดสีหนักกว่าเดิม ขาสั่นจนต้องพิงแผ่นหลังชิดต้นไม้  “ขออภัยอีกครั้งท่านวินเซนต์ แต่สัตว์เลี้ยงที่แตะของสกปรกต้องถูกลงโทษ!” เอเลนพูดเสียงเรียบเหมือนสิ่งที่ทำคือเรื่องปกติ ใบหน้าคมคลี่ยิ้มตามมารยาท ทว่าสายตากลับแข็งกระด้างราวปีศาจที่อยู่ในพระคัมภีร์ “สัตว์เลี้ยง...สะ สกปรกงั้นเหรอ?” วินเซนต์ชะงักค้างไม่เชื่อหู กลืนน้ำลายลงคอพูดจาติดขัด สาบานได้ว่าเขาไม่เคยเห็นเอเลน มอร์เรลเป็นแบบนี้มาก่อน ด้วยตลอดมาเท่าที่เห็น คนตรงหน้าถึงแม้จะมีท่าทางหยิ่งยะโส เพราะมีราชินีคอยถือหาง แต่การวางตัวก็สุภาพ กริยาผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว “ครับ คำสั่งของผมคือห้ามให้ของสกปรกมาถูกตัว” “ห้ะ! นี่ต้องเป็นเรื่องล้อเล่นแน่ ๆ” “...” วินเซนต์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ใบหน้าแดงก่ำเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องด้วยความโกรธจัด เมื่อเห็นเอเลนใช้สายตาเหยียดมองแทนคำตอบ จากที่ตกใจขวัญเสียก่อนหน้า กลายเป็นโมโหจนควันออกหู เป็นถึงขุนนางยศมาร์ควิสแต่ดันถูกเปรียบเป็นของสกปรกเพราะคนชั้นต่ำ  สุดท้ายความอยากรู้ที่ใช้การเยี่ยมเยือนเป็นข้ออ้างก็จบลงด้วยคำสบถด่า “เฮอะ! ก็แค่หมารับใช้บำเรอกาม” เหมือนบรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ริมฝีปากหยักมนยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายยิ้มแต่ไม่ยิ้ม สายตาเรียบนิ่งไร้อารมณ์มองตามร่างอ้วนท้วมที่สะบัดตัวเดินจากไปพร้อมคำพูดดูแคลนที่จงใจทิ้งไว้ เอเลนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับมันสักนิด ทว่าไม่ใช่กับเลออน  ตามแผนคือต้องการสร้างเรื่องยั่วโมโหเจ้านายคนโปรดซึ่งมันได้ผล แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ไอ้หน้าไหนก็ตามมาเหยียดหยามด่าทอถึงที่ เพราะงั้นผลลัพธ์จากประโยคสิ้นคิดเมื่อครู่จึงกลายเป็นหายนะของมาร์ควิส วินเซนต์ โฟลรอง หลายวันถัดมา เลดี้เชรีน่ามาพบเอเลนที่คฤหาสน์อีกครั้งเพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะลุงวินเซนต์ของนางได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ไร้การรู้เห็นจากผู้ติดตามและสารถีรถม้าเหมือนถูกผีลักพา สถานที่เกิดเหตุคือตรอกเริงกำหนัด มุมมืดของเมืองฟรีเซียร์ที่คนดี ๆ ไม่มีใครอยากย่างกรายเข้าใกล้ เป็นสถานที่ร่านราคะใช้ปลดปล่อยกามตัณหาทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะธรรมดาหรือวิปริตสุดขั้วเพราะมีทั้งนางคณิกาแสนเย้ายวน เด็กหนุ่มหน้าตาสะสวยทั้งโตเต็มวัยและที่ยังไม่โตพอจะหลับนอนกับใคร เป็นเด็กที่พวกพ่อแม่นำมาขายให้บำเรอกามพวกเศรษฐีกับขุนนางที่มีรสนิยมเฉพาะทาง หรือที่เรียกว่าพวกชอบเสพการกับเด็ก ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ข่าวการหายตัวไปของวินเซนต์ โฟลรองยังคงถูกปิดเป็นความลับ... เอเลนยกถ้วยชาร้อนขึ้นจิบ สีหน้าท่าทางดูเป็นห่วง วางตัวเป็นคู่หมั้นแสนดีที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ซ่อนประกายวาวโรจน์ในดวงตาอย่างแนบเนียน... ห้องใต้ดินของคฤหาสน์มอร์เรล วินเซนต์ โฟลรอง ที่หายสาบสูญถูกมัดตรึงขึงร่าง ผูกแขนขากับมุมทั้งสี่ด้านบนโต๊ะเหล็กเกรอะสนิม ด้านข้างคือโต๊ะอีกตัวที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ตัดเฉือน ผสมเครื่องมืองานช่างเปรอะลิ่มเลือดหลากชนิด ถัดมาคืออุปกรณ์การรักษาต่าง ๆ เช่น ผ้าพันแผล ยาฆ่าเชื้อและยาห้ามเลือด  ทุกอย่างดูขัดแย้ง แต่มันสมเหตุผลและใช้ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ... เลออนลากนิ้วไปตามอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ บนโต๊ะ สายตาไล่มองเลือกของอย่างบรรจงว่าชิ้นไหนเหมาะกับการตัดข้อกระดูกนิ้วมากที่สุด กระทั่งมาหยุดอยู่ที่คีมปากเฉียงคมกริบขนาดพอดีมือ “อ่า อันนี้น่าจะใช้ได้” ริมฝีปากหยักมนคลี่ยิ้มวิปลาสชวนขนลุก พลางหยิบของดั่งปากว่าเข้ามือ พลิกดูความคมไปมาก่อนละสายตามองอาหารของสัตว์เลี้ยงที่ดิ้นขลุกขลักอยู่บนโต๊ะ เลออนคิดว่านี่คือหนึ่งในวิธีถนอมอาหารให้สดใหม่อยู่เสมอ ให้ทีละนิดแทนที่จะให้ทั้งหมดในคราวเดียว แล้วปล่อยทิ้งให้เน่าส่งกลิ่นเหม็นในบ่อน้ำ หากว่าตัวที่อยู่ในนั้นกินไม่หมดเหมือนคราวก่อน ซึ่งหน้าที่ทำความสะอาดและนำชิ้นส่วนที่เหลือไปทิ้งนั้นมันหนักใช่เล่นทีเดียว “กะ แกจะทำอะไร ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้ ไอ้โรคจิต!!” วินเซนต์โวยวายเสียงสั่นหน้าซีดเผือด พยายามกระชากแขนขาของตนให้หลุดจากการพันธนาการ เมื่อคีมปากแหลมในมือเอเลนไล้ละเอียดไปตามกรอบหน้าชุ่มเหงื่อช้า ๆ ราวพ่อครัวที่กำลังพิถีพิถันเรื่องวัตถุดิบในการปรุงอาหาร กระตุ้นความกลัวจนเนื้อดิ้นได้บนโต๊ะฉี่ราดเลอะพื้น อี๊ดดดด!!! กระทั่งคีมปากเฉียงในนิ้วมือเรียวยาวถูกจรดลงบนโต๊ะเหล็ก ลากวนจนเกิดเสียงกรีดเสียดหูกระตุกขวัญ ร่างที่ดิ้นพล่านจึงหยุดนิ่งไม่กล้าขยับ ก่อนคนถือจะโน้มกายลงมาช้า ๆ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังเบิกโพลง กระซิบประโยคที่ฟังเหมือนเป็นแค่เรื่องธรรมดา  “เจ็บหน่อยนะครับท่านลอร์ดวินเซนต์” ทำเอาร่างที่ถูกมัดตรึงบนโต๊ะเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ความกลัวแล่นขึ้นสมอง ดวงตาเหลือบมองคีบปากเฉียงที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ พลางจินตนาการได้ถึงสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นกับตน จากนั้น... “อ้ากกกก!!!!” “อ้ากกกก!!!!” กึด กึด กึด กึด เสียงกรีดร้องเสียดหูแทรกเสียงกระดูกโค่นนิ้วถูกตัดขาดดังก้องไปทั้งห้องใต้ดิน ไม่นานมือสองข้างของวินเซนต์ก็ด้วนกุดเลือดอาบ เพื่อเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยให้สัตว์เลี้ยงในบ่อ จ๋อม จ๋อม จ๋อม...จ๋อม... ม่านน้ำสีเขียวขุ่นกระจายตัว เมื่อนิ้วมือถูกโยนลงบ่อน้ำทันทีที่มันถูกตัดออกจากมืออวบอ้วน มือของขุ่นนางชั้นสูงที่ไม่เคยหยิบจับของหนักจนมันนุ่มนิ่มเสียยิ่งกว่ามือสตรี กินดีอยู่ดีเพราะการขูดรีดภาษีชนชั้นแรงงาน แอบยักยอกก่อนส่งเข้าวัง นี่ยังไม่รวมสันดานส่วนตัวอื่น ๆ ที่หยาบชั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า กินเหมือนหมู เสพทั้งเครื่องดื่มของเมา รับสินบนทุกชนิด ที่ชั่วช้าที่สุดก็คือรสนิยมทางเพศสุดโต่ง ใช้เด็กชายสนองตัณหาทารุณทางเพศ เสร็จสมด้วยการทรมานเกือบถึงตายหรือ_ตายคามือ เลออนมองลงไปในบ่อลึกที่ตอนนี้เงาดำข้างใต้ยังว่ายวนไม่กระตือรือร้นเหมือนทุกที ไม่ได้ให้อาหารมาหลายวัน แต่มันกลับไม่รีบตะครุบเอาเข้าปาก หรือเหตุผลเป็นเพราะนิ้วพวกนั้นไม่พออิ่ม คงไม่ใช่ เพราะมันคว้านิ้วพวกนั้นมาไว้ในมือ ทำเหมือนสูดดมเพื่อค้นหาบางสิ่งชั่วครู่แล้วทิ้งไป ทำแบบนั้นทีละนิ้ว ทีละนิ้วจนครบ ก่อนโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ “เดี๋ยวนี้เลือกกินซะแล้วเหรอ น่าสนใจดีนี่” “ปะ ปีศาจ!! กะ...แก เลี้ยงปีศาจ” “เลี้ยงเหรอ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผิดแล้ว ท่านต่างหากที่เลี้ยง ส่วนพวกเราคือปีศาจ ถือซะว่าเป็นการไถ่บาปแล้วกันนะครับ” เลออนกรีดยิ้มเย็นยะเยือก ระเบิดเสียงหัวเราะวิปริตลอดผ่านลำคอ ก่อนยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปากตัวเอง “ชู่ว์...” สายตาคมกดมองชิ้นเนื้อมีชีวิตบนโต๊ะ แล้วพูดต่อ “เสียงของคุณหนวกหูจัง ผมว่าเรามาทำให้มันเงียบกัน ดีกว่ามั้ยครับ หึ หึ หึ” ดังวาจาตัดสินของมัจจุราชดังก้องข้างหู วินเซนต์สติหลุดแตกกระเจิง ดวงตาเหลือกลานมองไปรอบ ๆ ขนหลังคอลุกซู่ ร่างกายเย็นเฉียบไปถึงปลายเท้า เนื้อตัวสั่นเทาทุรนทุรายพยายามดิ้นหนีอีกครั้ง ถึงแม้ตอนนี้มือทั้งสองข้างจะไม่มีนิ้วเหลือแล้วก็ตาม  “เอาล่ะ ช่วยอ้าปากทีซิครับ ท่านวินเซนต์” เลออนโน้มกายเข้าหา เอียงหน้าจดจ้องมองริมฝีปากซีดเผือดที่เม้มสนิทไม่ยอมทำตาม สายตาดูผิดหวังที่เห็นเหยื่อบนโต๊ะดื้อกว่าที่คิด แต่_ไม่เป็นไร แบบนี้ซิถึงไม่น่าเบื่อ... “อ้ากกกก!!!!" หลังจบสิ้นกระบวนการทั้งหมด เลออนทำแผลให้กับนิ้วมือและเรียวลิ้นที่ถูกตัดถึงโคนอย่างดี ตามด้วยการให้ยาแก้อักเสบและยาแก้ปวดที่บังคับกรอกเข้าปากกลืนลงคอ  จากนั้นเสียงดนตรีจังหวะสำหรับงานเต้นรำก็ถูกเปิดด้วยเครื่องเล่นแผ่นเสียง รอยยิ้มวิกลจริตเผยชัดบนใบหน้า เลออนไขว่เท้าไปด้านหลัง ผายมือข้างหนึ่งไปด้านหน้า โค้งกายข้างผลงานชิ้นเอกบนเตียงเหล็กเปรอะคราบเลือดที่ตอนนี้ทำได้แค่ส่งเสียงฮึกฮัก หายใจพะงาบ ๆ พยายามไม่ให้สำลักเลือดข้นลงคอ  ร่างสูงยืดกายตรงตามเดิม เชิดคาง ยกไหล่ ยื่นมือแดงฉานไปข้างหน้า คล้ายคว้าแตะสัมผัสบางอย่างในความว่างเปล่า ก่อนก้าวเท้าหมุนตัวตามจังหวะเพลงด้วยใบหน้าชื่นมื่น จินตนาการในหัวว่ากำลังเต้นรำกับเจ้านายคนโปรด ขณะที่มัจฉาสมุทรมุดหายลงไปในบ่อน้ำลึกดังเดิม...   *** พระเจ้า ข้าไม่ได้อยากกลายเป็นปีศาจ แต่ท่านกลับไม่ให้ทางเลือกข้าเลย...เอเลน มอร์เรล

อยากอ่านต่อในเล่ม?

ซื้อ E-book ↗

พูดคุยท้ายตอน

ความคิดเห็น (…)

ฝากความรู้สึกถึงตอนนี้ หรือชวนกันคุยได้เลย · จำนวนความคิดเห็นรวมคำตอบกลับที่แสดงอยู่

กำลังเปิดบทสนทนา…