ความฝันของผม 'คือเธอ'
บทที่ 1 กระต่ายจาก Wonder land
ฉัน ฮิราโนะ ซึกิ นักศึกษาจบใหม่ ที่ได้งานในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง อาศัยอยู่คนเดียวในอพาร์ทเม้นท์ที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะมีปัญญาหาได้ตามกำลังเงินในกระเป๋า ซึ่งมันหมายความว่า คำว่าดีที่สุดสำหรับฉันอาจจะไม่ได้ดีในสายตาของคุณก็ได้ ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละ ตามกำลังเงินที่มีในกระเป๋า ซึ่งอันที่จริงถ้าคุณได้เห็นที่อยู่เดิมของฉัน คุณเองก็คงจะชอบที่นี่เหมือนฉันนั่นแหละ
ชีวิตของฉันเริ่มต้นด้วยการตื่นไปทำงานในตอนเช้า บริษัทโฆษณาอันแสนน่าเบื่อ งานเดิมๆ คนเดิมๆ และจบลงด้วยการเดินทางกลับบ้านในตอนเย็น ชีวิตที่ดำเนินไปในรูปแบบเดิมๆ ทุกวัน ราวกับว่าฉันกำลังอยู่ในโลกสมมุติและความฝันที่วนเวียนไม่รู้จบยังไงยังงั้น แต่อย่างน้อย สำหรับฉันมันก็ยังสงบและปลอดภัย
เพราะงั้นวิธีแก้ความเบื่อหน่ายของฉันก็คือการอ่านหนังสือ และอยู่ในโลกส่วนตัวอันสงบสุขที่ฉันสร้างขึ้นมาตามลำพัง ถึงมันจะดูน่าเบื่อไปบ้าง แต่ยังไงฉันก็ชอบความสงบแบบนี้อยู่ดี
...
เมื่อหลายวันก่อนข่าวทุกสำนักต่างก็รายงานถึงวัตถุประหลาดที่ส่องแสงได้พุ่งลงมาจากชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วสูง ตามรายงานของ เรดาร์ตรวจจับการบินทางอากาศไม่สามารถระบุได้ว่าวัตถุนั้นคือสิ่งใดกันแน่ แต่ที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ วัตถุที่ถูกตรวจพบไม่ได้ตกลงไปที่ใดเลย เพราะอยู่ๆ มันก็หายวับไปจากจอเรดาร์และท้องฟ้าอย่างหน้าตาเฉยซะอย่างงั้น หลักฐานที่หลงเหลือและเป็นเครื่องยืนยันว่าการพบวัตถุประหลาดเป็นเรื่องจริง จึงมีเพียงแค่ภาพถ่ายดาวเทียมของรัฐบาลและภาพในมือถือของคนที่ถ่ายไว้ได้ทันเท่านั้น การค้นพบครั้งสำคัญทำให้เรื่องนี้กลายเป็นไวรัลตามหน้าเวฟไซส์หรือสื่อออนไลน์ในชั่วข้ามคืน
คลิปต่างๆ ถูกนำมาเผยแพร่ การนำเสนอเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตนอกโลกมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งรูปถ่ายจานบินที่ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า กระทั่งก้อนเมฆหน้าตาแปลกหรือแม้แต่นกที่บินอยู่บนท้องฟ้าก็ยังถูกหาว่าเป็นสิ่งที่มาจากโลกได้ ถึงขนาดมีการตั้งหน่วยงานพวกนี้ขึ้นมาเลยทีเดียว
อันที่จริงฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธนะว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง ก็นะ จักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาลจะให้มีแค่มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ที่เรียกว่าโลกเท่านั้นน่ะเหรอ ฉันว่ามันออกจะถือดีไปสักหน่อยนะ แต่สิ่งมีชีวิตนอกโลกมันก็ไม่ได้หาเจอกันง่ายๆ แบบนั้น อย่างน้อยฉันก็ยังไม่เคยเจอตัวเป็นเลยสักครั้ง แล้วจะให้งมงายกับรูปถ่ายที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาแบบนั้นก็คงเป็นไปไม่ได้เหมือนกัน
แต่ว่า ชายคนนั้น ชายแปลกหน้าที่หายไปตรงบันไดทางไปสถานีรถไฟใต้ดินเมื่อหลายวันก่อน ทำให้ฉันเริ่มคิดว่า บางทีโลกที่แสนน่าเบื่อใบนี้อาจมีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ก็ได้ หากว่านั่นไม่ใช่เพราะฉันตาฝาดหรือคิดไปเองละก็นะ
...
เช้านี้ท้องฟ้าที่ขมุกขมัวครึ้มฟ้าครึ้มฝนมันไม่ชวนให้น่ามาทำงานเอาซะเลย อันที่จริงอากาศแบบนี้ ไม่ว่าใครก็คงอยากจะซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นๆ มากกว่าจริงมั้ย แต่ก็นะ ค่าอพาร์ทเม้นท์ ค่ากิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ มันยังต้องใช้เงินจ่ายนี่นา ถ้าถูกไล่ออกขึ้นมามีหวังฉันคงไม่มีที่ซุกหัวนอนแน่ๆ เพราะงั้น ตอนนี้ฉันถึงมายืนอยู่ที่หน้าบริษัทแล้วยังไงล่ะ
'เอาล่ะ! บ่นไปก็เท่านั้น ทำงานดีกว่า'
ปึก!
ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินผ่านประตูเข้าไปในบริษัท อยู่ก็ถูกใครบางคนวิ่งมาชนจากทางด้านหลังจนตัวเซแทบจะล้ม พร้อมกับคำพูดที่แว่วดังเข้ามาในหู
"เวลา! ต้องรีบแล้ว!"
"เฮ้ย! ไอ้บ้านี่!" ฉันตะโกนไล่หลังด้วยความอารมณ์เสีย แต่พอมองตามไป รูปร่างของคนที่วิ่งมาชน ทำให้ฉันถึงนึกคำพูดที่แว่วเข้ามาในหู
'เวลา งั้นเหรอ' พอลองนึกดูแล้ว ฉันว่าท่าทางแล้วก็เสื้อผ้าแบบนั้น มันเหมือนกับชายแปลกหน้าที่ฉันเจอตรงบันไดสถานีรถไฟใต้ดินเมื่อหลายวันก่อนเลยนี่นา เจ้ากระต่ายจาก Wonderland ที่หายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นนอกจากฉัน
'บ้าน่า! เป็นไปไม่ได้ อีกอย่างเจ้านั่นก็ไม่ได้หายไปอย่างตอนนั้นสักหน่อย' ฉันสรุปตามหลักเหตุและผล เพราะมันไม่มีทางที่อยู่ๆ คนทั้งคนจะหายไปต่อหน้าตา บอกซะจากว่าฉันจะตาฝาดไปเอง
'ฮึ! สงสัยจะเพี้ยนซะแล้วเรา!' ฉันสลัดความคิดเหลวไหลออกไปจากหัวและเดินเข้าไปในตึก ก่อนที่มันจะสายจนฉันต้องโดยถูกหักเงินเพราะเรื่องไร้สาระงี่เง่านี่
...
ติ้ง! เสียงประตูลิฟเปิดออก
ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ
ในขณะที่ฉันกำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ เสียงฝีเท้าที่วิ่งมาจากเดินด้านในอาคารก็ดึงความสนใจจนฉันต้องหันไปมอง และภาพที่เห็นก็คือ เจ้ากระต่ายจาก Wonderland ที่กำลังวิ่งตรงมาทางฉันอย่างสุดฝีเท้าและผ่านหน้าฉันไปราวกับมองไม่เห็นฉันอย่างไงอย่างงั้น ในจังหวะที่เขาวิ่งผ่านหน้าฉันไป ชายคนนั้นก็ก้มดูนาฬิกาพกโบราณในมือพร้อมกับคำพูดพึมพำที่ดังเข้าหูฉัน
"เหลืออีกห้านาที! ต้องรีบแล้ว!"
'อะ อะไร รีบอะไรกัน! แล้วทำไมต้องรีบด้วยล่ะ! เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนซิ!'
ฉันมองตามแผ่นหลังที่รีบผ่านไปอย่างรวดเร็ว และคราวนี้ความสงสัยที่มี ก็ทำให้ฉันวิ่งตามเจ้ากระต่ายจาก Wonderland นั่นไปทันที โดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าวันนี้ฉันอาจจะต้องไปทำงานสาย
ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ
ฉันวิ่งตามชายคนนั้น แต่เจ้ากรรมรองเท้าส้นสูงที่ใส่มามันไม่เป็นใจเอาซะเลย ฉันวิ่งตามชายคนนั้นออกไปทางประตูหนีไฟ และมองเห็นเขาวิ่งขึ้นบันไดไป ซึ่งฉันก็วิ่งตามไปทันที ทว่าพอฉันวิ่งตามเลี้ยวขึ้นไปได้แค่สองชั้นก็ต้องหยุดฝีเท้าลงทันที เพราะเสียงฝีเท้าที่เงียบหายไปพร้อมกับชายคนนั้น
"บ้าน่า! จะวิ่งเร็วเกินไปหน่อยแล้วมั้ง!" ฉันอุทานออกมาอย่างหัวเสีย มองไปรอบๆ และเกาะราวบันไดเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบนตรงช่องบันได เพื่อดูตามชั้นต่างๆ แต่ก็อย่างที่คิด ไม่มีแม้แต่เงาหรือเสียงฝีเท้าใดๆ อีกเลย เจ้ากระต่ายนั่นหายไปอีกแล้วฉันจึงลองวิ่งขึ้นไปจนถึงชั้นห้าเพื่อว่าจะระหว่างทางอาจจะเจอโพรงกระต่ายที่ชายคนนั้นมุดหนีออกไป แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากความว่างเปล่า
แฮ่กๆ แฮ่กๆ
ฉันก้มลงยันมือกับหัวเข่าทั้งสองข้าง หายใจเหนื่อยหอบจนตัวโยนอยู่ที่หน้าประตูของบันไดหนีไฟชั้นห้า พอตั้งสติได้ก็มองรองเท้าส้นสูงที่ตัวเองสวมอยู่อย่างหงุดหงิด
'คราวหน้า ฉันต้องจับนายได้แน่ นายกระต่ายจาก Wonderland!'
