ปีกปักษาPEEKPAKSA

👁 กำลังโหลดสถิติ…

มายาวิปลาส

บทที่ 3 คนโปรด ชายชู้และคู่หมั้น

‘วิกลจริต’ คือความผิดปกติทางอารมณ์ที่มีมากจนไม่สามารถแยกแยะความจริงได้ กระทำไปด้วยความสนุก ไม่คำนึงถึงผลลัพธ์และปราศจากซึ่งการเห็นอกเห็นใจ เป็นพฤติกรรมที่ ‘คนทั่วไปสามารถแยกแยะได้’ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ คือการฆ่าเพื่อสนองความต้องการในจิตใจ มีแรงจูงใจ มีการเชื่อมโยง มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนในการวางแผนกระทำและปิดบังร่องรอยของผลลัพธ์ที่ตามมา ซึ่งฆาตกรอาจมีมากกว่าหนึ่งคน เป็นพฤติกรรมซ่อนเร้นที่ ‘คนทั่วไปไม่สามารถแยกแยะได้’ และใช่ คนคนหนึ่งล้วนมีหน้ากากหลายแบบ การเลือกใช้หน้ากากแต่ละแบบขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นเป็นใคร *** เซเวียร์เรียนรู้เร็วกว่าที่คิด ภายใต้การสอนของเอเลนแบบตัวต่อตัว ไม่กี่วันก็สามารถสื่อสารเป็นภาษา เริ่มจากคำพูดง่าย ๆ อย่าง ‘ไม่’ เพื่อปฏิเสธสิ่งที่ตนไม่ต้องการ หรือ ‘นั่น’ เพื่อร้องขอในสิ่งที่ตนอยากได้  เจ้าบ้านดูแลของสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เป็นอย่างดี ดีกว่าทุกตัวที่เคยเลี้ยงมา ให้ทุกสิ่งตามใจเกือบทุกอย่าง ทั้งเรื่องอาหารการกินที่มีไม่จำกัด เพียงแค่ต้องรักษามารยาทบนโต๊ะอาหาร และเสื้อผ้าที่ให้หยิบใช้ของตนได้โดยตรงเพราะกลิ่นกายที่เจ้าตัวคุ้นชิน สิทธิพิเศษที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงตัวไหนเคยได้รับมาก่อน  เซเวียร์มีเสน่ห์แปลกตา ชวนหลงใหลในแบบที่บรรยายออกมาไม่ถูก ซึ่งพอถูกเอเลนจับเปลี่ยนโฉม แต่งนั่นนี่ไม่เท่าไรก็กลายเป็นงานศิลปะมีชีวิตชิ้นเอกขึ้นมาทันที ซึ่งแม้จะมองไม่เห็นแต่นั่นก็เป็นความสวยงามที่น่าสนใจไปอีกแบบ  ขณะเดียวกัน เลออนที่ยังคงตามติดดูแลรับใช้ข้างกายเจ้าบ้านดั่งเงา เฝ้ามองการเอาใจเกินพอดี สายตาบอกชัดว่าขัดใจ ไม่ชอบสัตว์เลี้ยงตัวใหม่และการแสดงออกของเจ้านายตน  เช้าวันรุ่งขึ้น เลดี้เชรีน่า โฟลรอง แขกประจำของคฤหาสน์มอร์เรลมาเยือนถึงที่ พร้อมจดหมายปิดผนึกเรียกพบเป็นส่วนตัวจากราชินีชาล็อตถึงเอเลน มอร์เรลในมือ ห้องรับรองแขกที่ใช้เป็นสถานที่ต้อนรับ อบอวลไปกลิ่นหอมของชาซีลอนกับขนมมาเดอลีนแสนอร่อยที่เลออนเป็นคนยกมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง หนึ่งชุดสำหรับเลดี้เชรีน่า สตรีอ่อนหวานแสนน่ารักและอีกชุดสำหรับเจ้านายคนโปรด ก่อนถอยห่างออกไปคอยดูแลรับใช้อยู่ข้าง ๆ  “สวัสดีเอเลน ถ้าฉันไม่มารับ คุณก็คงไม่คิดจะไปหาคู่หมั้นอย่างฉันเลยงั้นซินะ ชิ! น่าน้อยใจจริงๆ” เสียงใสเจื้อยแจ้ว พูดจายิ้มแย้มแกมหยอกล้อ ขณะที่นัยน์ตาหวานซึ้งเอียงมองคนตรงหน้าไม่ละไปไหน “...” ไม่มีคำแก้ตัวจากเจ้าบ้าน เอเลนทำแค่ยกถ้วยชาขึ้นจิบ ป่วนความรู้สึกคนฝากตรงข้ามด้วยใบหน้าแทรกยิ้มเป็นมิตรกลบความเย็นชา ใช้ความเงียบเป็นคำตอบ กิริยาลุ่มลึกชวนหลงใหลมากกว่าดูหยิ่งยโส จนคนมองใจเต้นอยากเข้ามาสัมผัสใกล้ ๆ แต่ต้องอดไว้เพราะคำว่า ‘มารยาทและสุภาพสตรีชั้นสูง’ เขารู้ว่าเธอชอบคนแบบไหน กิริยาใดที่พาใจเต้นแรงถึงจนขั้นหลงใหลและยอมทุ่มเททำทุกทางเพื่อให้ได้มาครอง เชรีน่า โฟลรอง บุตรีของชนชั้นในตระกูลขุนนาง สถานะคู่หมั้นว่าที่ภรรยาและนายหญิงตระกูลมอร์เรลในอนาคต  ก่อนหน้าบุรุษชนชั้นสูงมากมายต่างหมายปองในตัวเลดี้เชรีน่า เพียรมอบของขวัญและตามเอาใจไม่ขาด ด้วยความงามดุจดอกไม้แรกแย้มที่พ่วงด้วยความมุ่งหวังการหนุนหลังในสถานะทางสังคมจากตระกูลของเธอ ทว่าการพบเจอครั้งแรกที่งานเลี้ยงในปราสาทเดอลาโน ขณะที่บุรุษคนอื่น ๆ ต่างรายล้อมเอาใจสารพัด มีเพียงเอเลน เท่านั้นที่วางตัวปฏิบัติราวกับเธอเป็นสตรีทั่วไป ไม่พิเศษแต่ก็ไม่ถึงขั้นเมินเฉยจนเสียมารยาท กลายเป็นความต้องตาแปลกใหม่และความหลงใหลแบบที่เธอไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน “นี่ค่ะ จดหมายจากราชินี องค์ราชินีฝากมาให้” เลดี้เชรีน่าวางซองปิดผนึกประทับคลั่งลงหน้าโต๊ะ กดก้านนิ้วเลือนให้คนตรงหน้า เอเลนมองจดหมายปิดผนึก หยิบเข้ามือเก็บใส่กระเป๋าใต้สาบเสื้อชั้นนอก ก่อนเลื่อนสบตาคนไร้จริตตรงหน้า เอ่ยตอบเสียงเรียบเอ่ยตอบพลางยิ้มรับ “ขอบคุณครับเลดี้” ผู้รับสารไม่เอ่ยถามถึงเนื้อความ เพราะรู้ดีแก่ใจว่ามิได้มีสิ่งใดสำคัญ นอกจากตัณหาน่ารังเกียจที่ซุกซ่อน แฝงมากับคำว่าหน้าที่ในจดหมาย  ก่อนออกเดินทางไปที่ปราสาทเดอลาโนตามสารเรียก เอเลนออกคำสั่ง มอบหมายให้เลออนอยู่ดูแลสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ที่คฤหาสน์ ไม่ต้องติดตามไปเป็นดั่งเงาเช่นทุกที  แน่นอนเลออนรับคำไม่ปฏิเสธ สองชั่วโมงถัดมารถม้าวิ่งผ่านประตูเข้าสู่ปราสาทเดอลาโน เพื่อพาเลดี้เชรีน่าและเอเลน มอร์เรลเข้าพบราชินีชาล็อตตามคำสั่ง หลังการต้อนรับ ประกอบฉากการสนทนากึ่งทางการที่เป็นไปแบบเรียบง่าย ซ้ำไร้ซึ่งวี่แววขุนนางคนอื่น ๆ นอกจากองค์ราชินีชาล็อต และเอเลน มอร์เรล ส่วนเลดี้เชรีน่าผู้อุตส่าห์ออกหน้าไปรับตัวคนถูกเรียกหามาประเคนให้ถึงที่ หลังหลอกใช้ประโยชน์เสร็จ ก็ถูกเชิญกลับด้วยเหตุผลว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องที่กำลังจะพูดคุยกัน เหมาะสมตามเนื้อความในสารที่ว่า 'เรียกพบเป็นการส่วนตัว' การแสดงเป็นไปอย่างไร้พิรุธ จากนั้นหลังลับตาเลดี้เชรีน่า ว่าที่ภรรยาในอนาคต บรรยากาศในห้องประชุมก็ผิดแผก สถานที่ว่าราชการเต็มไปด้วยแรงปรารถนา สายตาที่ราชินีและเอเลนจ้องมองกันแฝงนัยลึกซึ้งก่อนประตูจะถูกปิดลงกลอนจากด้านใน “อ๊า..” เสียงครางกระเส่าปนลมหายใจหน่วงหนักขาดช่วงเป็นระยะ เมื่อร่างบางเปลือยเปล่าถูกเอเลนจับมัดมือไพล่หลัง กดแผงคอจนทรวงอกอวบแนบติดหน้าโต๊ะไม่ให้ขยับ โชว์สะโพกกลมกลึงยั่วเย้าสายตาดิบเถื่อนของคนที่ยังอยู่ในชุดขุนนางเต็มยศ ยกเว้นแก่นกลางกายที่โชว์หรานอกเข็มขัดและซิปกางเกงที่ถูกปลดลง มือหยาบกร้านลูบไล้ สัมผัสแผ่นหลังเนียนตั้งแต่ส่วนบนจนถึงส่วนล่าง เร้าแรงอารมณ์ด้วยการบีบเคล้นก้อนเนื้อนุ่มเด้งจนขึ้นรอยแดงช้ำ ก่อนจับเรียวขาให้แยกออกแล้วใช้ปลายนิ้วซุกไซ้ ซอกซอน ล้วงลึกไปยังช่องแคบฉ่ำเยิ้มที่อยู่ด้านหน้า รุกล้ำสร้างความเสียวซ่านด้วยการคว้านลึก สะกิดจุดกำหนัดก่อนเพิ่มจำนวนนิ้วดึงเข้าออกเป็นจังหวะ “อึก อ่า เอเลน ขะ ข้าต้องการมากกว่านี้” ร่างอ่อนระทวยดิ้นเร่า ส่งเสียงโอดครวญ ดั่งถูกเพลิงราคะที่กำลังหยอกเย้าช่วงชิงสติ พลางส่งสะโพกอวบอิ่มสวนกลับก้านนิ้วแกร่ง เมื่อสิ่งที่ได้มันยังไม่ถึงใจ “อ่า ตามที่ปรารถนา ราชินีที่รักของข้า” ริมฝีปากหยักมนคลี่ยิ้มพอใจ เอเลนโน้มกายลง พลางตอบรับข้างใบหู สายตาเหลือบมองข้างตัวอย่างมีเลศนัย ก่อนยืดกายเต็มความสูงอีกครั้ง  ก้านนิ้วฉ่ำวาวดึงออกจากช่องรักเปียกเยิ้ม รู้ทั้งรู้ที่ว่า‘มากกว่านี้’ มันหมายถึงอะไร หากสิ่งที่ให้กลับไม่ใช่ลำแข็งกลางกายตนตามที่คนต้องการร้องขอ แต่เป็นแท่งเทียนสีขาวขุ่นขนาดพอเหมาะกับท่อนเอ็นอุ่นร้อนของตนที่กำลังผงาดพร้อมใช้ หรือบางทีอาจใหญ่กว่าที่วางอยู่ใกล้ ๆ มันถูกคว้าเข้ามือแกร่ง ก่อนจับจนถนัดแล้วยัดเข้าไปในร่องแคบจนเกือบสุดความยาวที่เหลือ พลางบิดไปมาให้สิ่งแปลกปลอมแข็งทื่อครูดผนังหมุนวนด้านใน แล้วชักเข้าออกจนเนินช้าทว่าจงใจให้กดถูกจุดกระสันแบบเน้น ๆ ทำเอาคนถูกกระทำดิ้นพล่าน ร้องครางไม่เป็นภาษากับความดิบเถื่อนที่กำลังได้รับ “อะ อ่า อะ เอเลน มะ ไม่...”  เสียงกระเส่าโอดครวญ ปฏิเสธการปรนเปรอ ทั้งที่ปลายนิ้วจิกเกร็ง ครูดเล็บลงหน้าโต๊ะเพื่อระบายความกระสัน ด้วยแท่งเทียนไขที่ถูกใช้แม้จะถึงใจแต่ไร้สัมผัสซาบซ่าน สู้ไม่ได้สักนิดกับลำเอ็นของจริง ยามที่มันบดเบียดเสียดสีขยี้จุดเสียวภายในให้ร้อนฉ่า “ไม่อะไร หรือว่า_ไม่ต้องการ” ร่างสูงโน้มกายลงอีกครั้ง เสียงแหบพร่ากระซิบถามข้างใบหู ก่อนขบเม้มจนคนใต้ร่างสะดุ้งเฮือกเพราะความเสียว “ตะ ต้อง ต้องการ ระ เราต้องการของเจ้าเอเลน ได้โปรด” เนื้อเสียงหอบกระเส่าตอบรับขาดห้วง ลมหายใจติดขัดเพราะเทียนเล่มโตที่ยังผลุบเข้าผลุบออกในร่องรักไม่หยุด “อ่า เข้าใจแล้ว” สิ้นคำ ใบหน้าคมคลี่ยิ้มร้าย ดึงแท่งเทียนแข็งทื่อที่ตอนนี้เปียกเยิ้มออกจากช่องรักในคราวเดียวแล้วโยนทิ้งข้างตัว จากนั้นคว้าเรือนผมสวย กระชากให้เงยหน้า ก่อนดันหลังคนร้องขอให้ยืนชิดติดริมหน้าต่าง  “พร้อมรึยังที่รัก!” “อะ เอาซิ เริ่มเลย บดขยี้ข้าให้มากกว่านี้เอเลน” สิ้นคำ ไหล่บางถูกกดจนเนื้ออกอวบเบียดชิดกระจกหน้าต่างบานใส มือหนายึดเอวคอด ยกสะโพกให้เชิดสูง ขณะที่อีกมือจับรูดลำแกร่งที่ตั้งชันพร้อมใช้จ่อปากทางชื้นแฉะ เขี่ยสะกิดให้ได้เสียวก่อนแทงเข้าไปทีเดียวจนสุดลำ “ฮืมมม” เอเลนเงยหน้า กลืนน้ำลายจนลูกกระเดือกขยับ พลางพ่นลมหายใจแหบพร่าผ่านลำคอ ทันทีแก่นกลางกายถูกช่องรักโอบล้อมบีบรัดจนปวดหนึบไปทั้งลำ ปัก! ปัก! ปัก! เอวสอบขยับกาย กระแทกลำเอ็นแทงเข้าออกแบบเน้นย้ำสุดลำโคนจนเนื้อกระเนื้อจนเสียงลามกดังชัด ก่อนโน้มกายลงละเลียดลิ้นเลียข้างลำคอระหง แล้วขบเม้มฝังคมเขี้ยวลงไปอย่างแรง ทำเอาคนถูกกระทำสะดุ้งเฮือกส่งเสียงคราง เสียวซ่านจนขนอ่อนลุกชันไปทั้งกาย เอเลนมองรอยกัดอย่างพอใจ จากนั้นเลื่อนสายตามองไปยังนอกหน้าต่างกระจกใสตรงหน้า ที่ตอนนี้บางส่วนขึ้นฝ้าขุ่นมัวเพราะลมหายใจอุ่นร้อนและการบดเบียดของใบหน้าเนียนกับทรวงอกอวบ “ลองดูนอกกระจกนั่นซิ หากทหารยามพวกนั้นเห็นความร่านท่านตอนนี้จะเป็นไง” คำขู่แสนเร้าใจสาดรดข้างใบหู ขณะตอกอัดความเสียวซ่านไปที่จุดกระสันเหมือนต้องการให้เป็นดั่งปากว่า “อ่าา... เอเลน เอาซิ ทำให้ข้าครางจนพวกมันได้ยินซิ” “ร่าน!” เนื้อเสียงกดต่ำสบถคำกระตุ้นอารมณ์กาม ก้านนิ้วเรียวที่กดเหนือลาดไหล่เลื่อนต่ำ สอดมือบีบเคล้นทรวงอกจนเนื้อปลิ้น พลางพรูลมหายใจลอดผ่านลำคอ อารมณ์ราคะปะทุดุเดือด ต่างฝ่ายต่างสนองป้อนตัณหาและความอยากให้กันและกัน คนที่หลงใหลในกามตัณหาราคะ ไม่ว่าสูงต่ำด้วยศักดิ์ศรี อัปลักษณ์หรืองดงาม ตอนเสพสมก็ล้วนแต่ไหลลงสู่ความโสมมเท่ากันทั้งนั้น ทว่าอารมณ์เบื้องลึกกลับแตกต่าง นัยน์ตาคมมองร่างที่กำลังส่งเสียงดิ้นเร่าในมือ ในหัวจินตนาการถึงความอิ่มเอมและพึงพอใจที่มากกว่านี้ มันคงดีหากได้เอามือโอบล้อมกุมรอบลำคอระหง ออกแรงบีบให้ดิ้นพล่าน ไม่ก็ลงคมมีด เนื้อหนังทีละนิดเพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นใหม่ ‘อ่า..น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา…’ *** คฤหาสน์มอร์เรล  กลางดึกสงัด ภายในคฤหาสน์มอร์เรลเงียบสนิท บรรดาคนรับใช้ต่างหัวถึงหมอนนอนหลับพักผ่อน มีเพียงแสงไฟอบอุ่นสาดกระทบพรมหนาตามทางเดิน ยามที่ผู้เป็นเจ้าบ้านกลับมาถึง เดินตรงไปที่ห้องนอนของตัวเองเพื่อพักผ่อน ทว่า... “อ้ากกกก!!” เสียงกรีดร้องคุ้นหูแว่วดังออกมาจากห้องที่จัดไว้ให้สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ เอเลนที่เริ่มรู้สึกกังวลเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไปยังทิศทางของเสียง จนกระทั่ง ปัง!  บานประตูถูกผลักสุดแรงมือ ทันทีที่มันถูกเปิดออก สายตาคมกวาดมองความเละเทะปนคราบเลือดที่เกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นห้อง วินาทีที่เอเลนเห็นเลออนกำลังลูกทำร้ายก็เหมือนสติถูกกระชาก จากนั้นการกระทำเร็วเท่าความคิด ร่างสูงพุ่งปรี่เข้าไปหา กระชากไหล่ดึงเซเวียร์ให้ออกห่าง ก่อนเหวี่ยงหมัดเข้าใส่เต็มแรง แล้วเตะซ้ำกลางลำตัวจนกระเด็นไปอีกทาง “เลออน!” เนื้อเสียงกร้าวตะโกนเรียกสติ พลางสำรวจความเสียหายของคนบนพื้นที่ตอนนี้อยู่ในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอน ใช้มือกดห้ามเลือดบาดแผลบนลำคอที่เกิดจากคมเขี้ยวของเซเวียร์ ดูแล้วบาดเจ็บไม่มาก แต่ความเดือดดาลยังปะทุจนหูดับ ลมหายใจร้อนกรุ่นพ่นผ่านจมูก ก้อนเนื้อในอกที่กระตุกถี่ยิบ ปลุกสัญชาตญาณดิบพร้อมฆ่าให้ตื่นตัวเต็มที่ ฉับพลัน มือหนาคว้าปืนสั้นที่เหน็บข้างเอว แล้วหันไปจ่อเล็งหัวเซเวียร์ในระยะประชิดชนิดที่ไม่มีทางพลาดเป้า ทว่า อาจเพราะคนที่ว่าตามองไม่เห็น ไม่รู้ถึงความตายที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก จึงรีบโผกายเข้ากอด ซุกหน้ากลางอกแกร่ง ทำเหมือนหมาได้กลิ่นเจ้าของอย่างไรอย่างนั้น “เอเลน ช่วยด้วย!” เนื้อเสียงสั่นไร้จริต ขัดแย้งกับคราบเลือดที่เปื้อนเปรอะเต็มกรอบปาก ร่างสูงชะงักนิ่ง ขณะที่ในมือยังคงกำด้ามปืนแน่น ก่อนหันปลายกระบอกเปลี่ยนทิศทางทั้งที่พร้อมลั่นกระสุน  เอเลนกดสายตากดมองคนใต้อกที่ดูหวาดกลัวผิดกับความคลั่งก่อนหน้า แต่นั่นไม่ใช่สิ่งฉุดรั้งสติหยุดเขาไม่ให้ลั่นไกเป่าสมองดับชีวิตสัตว์เลี้ยงตัวโปรด เขาไม่ได้เปลี่ยนใจเพราะเหตุผลเล็กน้อยเท่าเศษฝุ่น ด้วยโลกนี้ไม่มีใครสำคัญต่อเขาเท่าคนที่กำลังนอนเจ็บอยู่บนพื้น  ทว่ามวลความคิดผิดแผกแปลกปลอมที่ปะทุรุนแรงขึ้นมาในหัว ความรู้สึกประหลาดที่กลายคำสั่งมากกว่าเกิดขึ้นเองตามจิตสำนึก และคำนั้นที่ว่าคือ ‘ห้ามฆ่าเซเวียร์’ 

อยากอ่านต่อในเล่ม?

ซื้อ E-book ↗

พูดคุยท้ายตอน

ความคิดเห็น (…)

ฝากความรู้สึกถึงตอนนี้ หรือชวนกันคุยได้เลย · จำนวนความคิดเห็นรวมคำตอบกลับที่แสดงอยู่

กำลังเปิดบทสนทนา…